ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดงานประชุมวิชาการทางเภสัชกรรมและนวัตกรรม ระดับชาติ Pharmacy Research and Innovation Summit 2026 (PRIS 2026) และบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “Advancing Thailand Healthcare through pharmacy research and innovation" โดยมี ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม รศ.ภญ.สุณี เลิศสินอุดม เลขาธิการสภาเภสัชกรรม ศ.ดร.ภก.ชลภัทร สุขเกษม ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเภสัชกรรมและประธานคณะทำงานจัดงาน PRIS 2026 ภก.อภินันท์ วัชรพิชาติ เลขาธิการคณะทำงานฯ กรรมการสภาเภสัชกรรม และเภสัชกร เข้าร่วม
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยต้องก้าวข้ามจากการเป็นผู้รับองค์ความรู้ไปสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลกในยุคแห่งการหลอมรวมทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Convergence) ด้วยการบูรณาการศาสตร์ด้านเภสัชศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับโรคอุบัติใหม่และการกลายพันธุ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างทันท่วงที กระทรวง อว. จึงผลักดันการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อลดระยะเวลาการวิจัยและเพิ่มความแม่นยำในการค้นพบยาใหม่ (Drug Discovery) ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ระบบห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ (Self-driving Labs) คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) และแสงซินโครตรอนในการออกแบบระบบนำส่งยาระดับนาโน (Nanomedicine) นอกจากนี้ยังส่งเสริมการนำเซลล์จำลอง (Virtual Cell) อวัยวะจำลอง (Organoid) ตลอดจนเทคโนโลยีชิปเลียนแบบอวัยวะ (Organ-on-a-chip) และแบบจำลองดิจิทัลของมนุษย์ (Digital Twin) มาใช้จำลองและทดสอบยาในระยะเริ่มต้นทดแทนการใช้สัตว์ทดลอง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการลองผิดลองถูกและต่อยอดไปสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รมว.อว. กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเตรียมรวบรวมฐานข้อมูลและตำราทางการแพทย์ของไทยมาพัฒนาเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์พื้นฐาน (Foundation Model) และระบบ Clinic AI เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์และเภสัชกรในการคัดกรองความเสี่ยงของผู้ป่วยและสนับสนุนการตัดสินใจรักษาอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการยกระดับสมุนไพรไทยและยาแผนโบราณให้มีความเป็นสากล ผ่านการผลักดันผลงานวิจัยไปตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับโลกอย่าง Nature หรือ Science เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมยาระดับนานาชาติและนำรากฐานภูมิปัญญาไทยเข้าสู่ระบบการแพทย์แม่นยำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare)
“ในมิติด้านการลงทุนและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ กระทรวง อว. จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำภาคการเกษตรไปจนถึงปลายน้ำภาคบริการ โดยเตรียมประชุมบอร์ดขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพเพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านยาและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐาน GMP อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้จะประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเครือข่ายวิจัยทางคลินิก เพื่อปลดล็อกกระบวนการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial) ให้เป็นระบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One-Stop Service) รวมถึงใช้กลไกบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ของกลุ่มมหาวิทยาลัยในการระดมทุนและผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคนิคการแพทย์เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
การจัดงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านงานวิจัยและนวัตกรรมทางเภสัชกรรม ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้งานวิจัยและนวัตกรรมทางเภสัชกรรมขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขอย่างยั่งยืน ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกสุขภาพยุคใหม่ โดยได้รวบรวมเภสัชกร นักวิจัย และนักพัฒนาจากทั่วประเทศกว่า 1,200 คน พร้อมด้วยวิทยากรชั้นนำ 70 ท่าน ผลงานวิจัย 582 ผลงาน และบูธนวัตกรรมกว่า 60 บูธ มาไว้ในงานเดียว ภายในงานได้จัดสรรพื้นที่ออกเป็น 7 โซนสำคัญ ประกอบด้วย เวทีเสวนาหลัก (Main Stage) โซนแสดงผลงานวิจัยอิเล็กทรอนิกส์ (Pharmacy E-Poster Zone) โซนนิทรรศการจากหน่วยงานชั้นนำ (Pharma Pavilion Zone) โซนนวัตกรรมยาและเทคโนโลยีสุขภาพ (Pharma Zone) โซนระดมสมองด้านนโยบายวิชาชีพ (Policy Innovation Zone) เวทีประชันนวัตกรรมแก้ปัญหาระบบสุขภาพของนักเรียนและนักศึกษา (P-Z Health Hack 2026) และเวทีนำเสนอนวัตกรรมพร้อมใช้งานจริง (Demo Day) เพื่อเปลี่ยนแรงบันดาลใจและองค์ความรู้ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศอย่างแท้จริง
ที่มา : NBT CONNEXT