ศุภมาส นำ สคบ. ผนึก 6 ภาคี ยกระดับโฆษณาอินฟลูเอนเซอร์-ตลาดเป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค พร้อมเดินหน้ากลไก 90 วัน

pic

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านโฆษณามีมาตรฐานและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ว่าด้วยการโฆษณาอย่างรับผิดชอบของ Influencer โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นผู้ลงนามร่วมกับผู้แทน 5 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด สมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทย สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย และสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการโฆษณาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสื่อดิจิทัลและ Influencer ที่มีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้และการตัดสินใจของผู้บริโภค จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการสื่อสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค

จากนั้น นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับตลาดที่เป็นธรรม ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กับสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย หรือสภาเอสเอ็มอี เพื่อเชื่อมโยงการคุ้มครองผู้บริโภคกับการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต สร้างมาตรฐาน ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจไทย โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เป็นผู้ลงนาม

ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือกับสภาเอสเอ็มอี เกิดขึ้นท่ามกลางรูปแบบการซื้อขายสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ และการไลฟ์คอมเมิร์ซ ซึ่งเปิดโอกาสให้ SMEs ขยายตลาดได้กว้างขึ้น แต่ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงทั้งผู้ขายที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ สินค้าปลอม สินค้าไม่ได้มาตรฐาน การโฆษณาไม่ถูกต้องหรือเกินจริง รวมถึงปัญหาการคืนเงินและการเยียวยาผู้บริโภค

ปัญหาเหล่านี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการที่อาจไม่ปฏิบัติตามกติกา สคบ. และสภาเอสเอ็มอี จึงร่วมกันผลักดันแนวทางจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเสียหาย ไปสู่การสร้างตลาดที่เป็นธรรมตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ดีสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง และผู้บริโภคสามารถมองเห็นและเชื่อมั่นในผู้ประกอบการที่มีมาตรฐาน ความร่วมมือดังกล่าวมี 5 กลไกสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้ง Fair Market Taskforce เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ข้อร้องเรียน และประเด็นความเสี่ยง การพัฒนา Verified SMEs หรือ Trusted Seller เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีตัวตนชัดเจนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ การพัฒนา Fast-track Mediation เพื่อให้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นไปอย่างรวดเร็ว การจัดทำ SMEs Consumer Protection Toolkit เป็นคู่มือและเครื่องมือให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ได้จริง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อนำไปใช้พัฒนามาตรการและนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคโดยความร่วมมือ สคบ.กับ สภาเอสเอ็มอี ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มกรอบการดำเนินงานระยะเริ่มต้น 90 วัน เพื่อทดลองกลไกสำคัญ ประเมินผล และนำผลไปพัฒนาสู่การดำเนินงานในระยะต่อไป

อย่างไรก็ดี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรรอให้ประชาชนได้รับความเสียหายแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องสร้างระบบป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกัน สคบ. จะสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านการให้ความรู้ การอบรม การให้คำปรึกษา รวมถึงการจัดทำคู่มือและแนวปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายเล็ก สามารถนำกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคไปใช้ในการดำเนินธุรกิจได้จริง

ที่มา : NBT CONNEXT


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar