นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกถึงการเดินทางเยือนต่างประเทศ หลังถูกฝ่ายค้านตั้งคำถามว่า ประชาชนได้อะไร และอาจนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังสภาผู้แทนราษฎร จะเปิดสมยประชุมในสัปดาห์นี้ว่า "รัฐบาลอนุทิน 2" ได้เดินทางเยือนต่างประเทศทั้งหมด 9 ครั้ง มีเป้าหมายดำเนินนโยบายการทูตเชิงรุก เพื่อนำประเทศไทยกลับเข้าสู่จอเรดาร์ หรือ ความสนใจของโลกอีกครั้ง พร้อมกับการยกระดับความสัมพันธ์อันดีทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคง รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ดีระห่วางประชาชนกับประชาชนด้วย ทั้งนี้การเดินทางเยือนดังกล่าว เยือนทั้งกลุ่มประเทศในอาเซียน และกลุ่มประเทศมหาอำนาจ ซึ่งเป็นโอกาศทางเศรษฐกิจขของประเทศ จึงเป็นการสร้างโอกาสของประเทศไทย ที่ได้แสดงจุดยืนไม่เลือกข้าง แต่เลือกประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การเยือนของนายกรัฐมนตรี เน้นระดับความสัมพันธ์ทั้งมิติผู้นำต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนจากคำเชิญของประเทศต่างๆ รวมทั้ง ร่วมประชุมระดับภูมิภาค ที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ที่นอกจากผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ไทยยังใช้ทุกเวทีที่ได้เดินทางเยือน หาเสียงการเข้าเป็นสมาชิก OECD, แสดงจุดยืนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านว่า ไทยส่งเสริมสันติ เคารพกติการะหว่างประเทศไทยด้วย
นอกจากนี้ ยังจับมือกับทั้ง 9 ประเทศที่เดินทางเยือน เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้างชาติ, ยาเสพติด, การค้ามนุษย์, สแกมเมอร์, หรือการฟอเงิน พร้อมยกตัวอย่างผลที่เกิดขึ้นชัดเจน เช่น การเดินทางเยือนออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่ไทย ได้สานต่อความเป็นหุ่นส่วนทางยุทธศาสตร์กับออสเตรเลีย ทั้งการศึกษา นวัตกรรม ปราบปรามอาชญากรรม, ดึงดูดนักลงทุน อย่าง CANVA แพลตฟอร์มออกแบบระดับโลกให้ลงทุนในประเทศไทย และขยายการสนับสนุนเพื่อยกระดับศักยภาพคนไทย เช่น SME ขณะที่นิวซีแลนด์ ที่ตั้งเป้าความสัมพันธ์ที่เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ที่จะพิ่มมูลค่าการค้า 3 เท่า ไปที่ 4.26 แสนล้านบาท ภายในปี 2045 เตรียมเปิดเส้นทางบินตรง ออคลแลนด์-กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยในปีหน้า นอกจากนี้ บริษัท Skyline Enterprise สนใจลงทุนด้านการท่องเที่ยว และบริษัท T&G Global สนใจให้ไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตร รวมถึงการทำ Contract Farming ผลไม้ไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ติดตามและเดินหน้า เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นเม็ดเงินที่จับต้องได้ และเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
นางสาวรัชดา ยังบอกว่า การเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่แค่การจับมือกับผู้นำ แต่เป็นการหารือที่มีแผนการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ เชื่อว่า วันนี้ ประเทศไทย กลับมาสู่ยุคที่ผู้นำต่างประเทศให้ความสนใจ เนื่องจากการเดินทางเยือนทุกครั้งจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่น จึงพร้อมชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยุทธศาสตร์ต่างประเทศเป็นอย่างไร และประชาชนได้อะไรบ้าง/วรภัทร ภัททิยากุล nbt
ที่มา : NBT CONNEXT