สุริยะ ชูผลงาน 99 วัน วางฐาน 5 ด้านสร้างความยั่งยืนสู่เกษตรกร

pic

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงผลการดำเนินงาน 99 วัน เน้นวางรากฐาน ภาคการเกษตรไทยในระยะยาว ผ่าน 5 ผลงาน ยกระดับข้าวไทย-บริหารจัดการน้ำ-ตลาดนำการผลิต-เกษตรแม่นยำ และคืนที่ดินทำกิน ตั้งเป้าหมายสร้างความยั่งยืนสู่เกษตรกรไทย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำนโยบายการทำงานเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายในภาคเกษตร ทั้งภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร และการกีดกันทางการค้าในตลาดโลกที่เข้มงวดขึ้นทุกปี  ผ่านแนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดย 99 วันที่ผ่านมา ได้ขับเคลื่อนการทำงานทั้งระบบ เพื่อวางรากฐานในระยะยาว ผ่าน 5 ผลงานสำคัญ เริ่มตั้งแต่การยกระดับข้าวไทย ด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ให้ชาวนา 15 ล้านคน ทั้งส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ ควบคู่ลดต้นทุนการผลิต และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่อยอดสู่ข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งนำร่องข้าวคาร์บอนต่ำแล้ว 25 จังหวัด พื้นที่รวม 100,000 ไร่ สามารถลดต้นทุนการผลิตลง 24% ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10% ตั้งเป้าขยายพื้นที่เป็น 500,000 ไร่ ภายในปี 2570

การบริหารน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้น้ำไปถึงเกษตรกรในเวลาที่จำเป็นที่สุด โดยวางระบบชลประทาน ขุดบ่อน้ำชุมชน เชื่อมแปลงนา และเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ช่วยบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกษตรได้กว่า 59 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่เกษตรรวมกว่า 2.5 ล้านไร่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีกกว่า 220,000 ไร่ และเกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรงกว่า 124,000 ครัวเรือน ตลาดนำการผลิต จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ หรือ ศพร. เพื่อปกป้องตลาดในประเทศ โดยตรวจเข้มด่านชายแดนและห้องเย็นทั่วประเทศ ดำเนินคดีสินค้าเกษตรผิดกฎหมายไปแล้ว 146 คดี ยึดของกลางลักลอบนำเข้ากว่า 26 ตัน มูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท  การควบคุมคุณภาพทุเรียนสด และการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะกรณีที่มาเลเซียประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว ซึ่งผมได้เดินทางไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซียด้วยตนเอง ตั้งเป้าให้การส่งออกกุ้งไทยกลับสู่ภาวะปกติภายใน 30 วัน ลดความซ้ำซ้อน โดยลดขั้นตอนของภาครัฐ มุ่งสู่การเกษตรแม่นยำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำและปุ๋ยได้เหมาะสมกับสภาพดิน อากาศ และสถานที่จริง และสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัว และคืนสิทธิ์ด้านที่ดินทำกิน เร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยเสนอให้เปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรใช้ที่ดินประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้อย่างแท้จริง รวมถึงแก้หนี้สินเกษตรกร ผ่าน ธ.ก.ส. และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งพักหนี้ให้เกษตรกรแล้ว 8,858 ราย วงเงินรวม 940 ล้านบาท พร้อมลดมูลหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์เพื่อการเกษตร ลงได้อีกกว่า 9,300 ล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า ความมั่นคงทางอาหารของโลก ต้องเริ่มต้นจากความมั่นคงของเกษตรกร โดย 99 วันที่ผ่านมา เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และหลังจากนี้ จะเดินหน้าทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตร และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน” 

ด้าน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำถึงการดำเนินงานในความรับผิดชอบ 6 ด้าน ทั้งด้านการประมง มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติไปแล้วกว่า 300 ล้านตัว เพื่อฟื้นฟูแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยตั้งเป้าปล่อยเพิ่มอีก 200 ล้านตัว สืบสานภูมิปัญญา ยกระดับผ้าไหมไทย โดยการสร้างอาชีพปลุกหม่อนไหม เดินหน้าใช้งานวิจัย ไปต่อยอดเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร การตลาดนำการผลิต โดยเชื่อมโยงผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภค การส่งมอบเอกสารสิทธิ์เพื่อการเกษตรไปแล้วกว่า 137,000 แปลง ตั้งเป้าครบ 200,000 แปลง ภายในปี 2570 และยกระดับมาตรฐานฟาร์มโคนม โดย อ.ส.ค. ประสานเงินทุนหมุนเวียน 600 ล้านบาท เพื่อรับซื้อน้ำนมดิบช่วยเหลือเกษตรกรโคนมไทย

ขณะที่ นางสาวปิยะรัฐชย์  ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินหน้ายกระดับความเข้มแข็งของระบบสหกรณ์ทั่วประเทศ ใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด พร้อมวางแนวทางพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ที่มีอยู่กว่าหมื่นแห่งทั่วประเทศให้เป็นที่พึ่งของเกษตรกรอย่างแท้จริง ผลักดันเกษตรแม่นยำและนวัตกรรมดิน เพื่อขับเคลื่อนเกษตรคาร์บอนต่ำ การลงพื้นที่เชิงรุกและการบริหารจัดการน้ำระบบ AI เดินสายรับฟังปัญหา 16 จังหวัด เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบนโยบายที่ตรงจุด รวมทั้งสนับสนุนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีทันสมัย/อโนชา อู่สุวรรณ nbt

ที่มา : NBT CONNEXT

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar