“โซลาร์ภาคประชาชน”...จาก “พลังงานสะอาด” สู่ “ความมั่นคงของชาติ”

pic

ท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ยังคงผันผวนจากภาวะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยมาอย่างต่อเนื่องและจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ และการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศมากเกินไป ทำให้ “ความมั่นคงด้านพลังงาน" ของประเทศไทย กำลังยืนอยู่บนความเสี่ยง แต่ล่าสุดสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้เกิดขึ้น เมื่อรัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” อย่างเต็มตัว ซึ่งไม่เพียงแต่ไฟเขียวให้บ้านเรือนประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังขายไฟส่วนเกินกลับคืนสู่ระบบได้ด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินสี่แสนล้านบาท ที่มีวัตถุประสงค์ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ นำมาอุดหนุนเงินดาวน์ค่าติดตั้ง 10,000 บาทต่อครัวเรือน โดยตั้งเป้าหมายไว้สูงถึง 400,000 หลังคาเรือน 

ในอดีตที่ผ่านมาสิ่งที่ทำให้โซลาร์รูฟท็อปจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มคนฐานะปานกลางค่อนไปทางสูง เนื่องจากการลงทุนในการติดตั้งมีราคาแพง แม้ประชาชนจะรู้ว่าคุ้มทุนในระยะยาว แต่ส่วนใหญ่ไม่มีเงินก้อน และการที่รัฐบาลควักเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ วงเงินรวมราว 4,000 ล้านบาท มาช่วยอุดหนุน ควบคู่กับการเจาะกลุ่มสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและระบบผ่อนชำระ จึงเป็นการ "ทลายกำแพงการเข้าถึง" ที่ตรงจุด ซึ่งจะช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาดได้เร็วขึ้น นโยบายการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานในครั้งนี้ กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดโลกร้อน และลดการนำเข้าพลังงานราคาแพงจากต่างประเทศ แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็น "ยุทธศาสตร์ทางรอด" ของประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในราคาสูง เพื่อมาป้อนโรงไฟฟ้า หากโครงการนี้บรรลุเป้าหมาย 400,000 หลังคาเรือน จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานมหาศาล และรักษาเสถียรภาพทางการเงินของไทยไปในตัว แม้นโยบายนี้จะมีเสียงสนับสนุนมากมาย แต่ก็มีเสียงสะท้อนที่ต้องการให้โครงการนี้เป็นไปอย่างรัดกุมและรอบครอบ

ความท้าทายที่รัฐต้องตอบคำถามคือ ความพร้อมของสายส่งไฟฟ้าว่าสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้หรือไม่ เพราะปัจจุบันระบบโครงข่ายไฟฟ้าของไทยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อส่งไฟฟ้า "ทางเดียว" จากโรงไฟฟ้าสู่บ้านเรือน แต่เมื่อบ้านเรือนนับแสนหลัง กลายเป็นผู้ส่งไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ทางการไฟฟ้าฯ มีความพร้อมในการบริหารจัดการมากแค่ไหนเพื่อไม่ให้ระบบล่ม 

นอกจากนี้ การใช้เงิน พ.ร.ก. กู้เงินฯ ถือเป็นการสร้างหนี้สาธารณะที่คนไทยต้องร่วมกันชดใช้ รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเงินกู้ก้อนนี้จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและลดค่าไฟได้มากกว่าดอกเบี้ยหนี้ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และที่สำคัญเมื่อประชาชนมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เป็นจำนวนมาก รัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับการกำจัด หรือรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ที่จะหมดอายุการใช้งานในอีก 15-20 ปีข้างหน้าอย่างไร เพื่อไม่ให้พลังงานสะอาดกลายเป็นมลพิษในอนาคต

“โซลาร์ภาคประชาชน” ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแจกเงินอุดหนุนธรรมดา แต่คือการปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศครั้งสำคัญ โดยมีประชาชนเป็นแกนกลาง ซึ่งหากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ ได้อย่างโปร่งใส เชื่อว่านโยบายนี้จะเป็น "ทางรอด" ที่แท้จริง ช่วยลดการพึ่งพาต่างชาติ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยได้อย่างมั่นคง แต่หากรัฐบาลขาดการบูรณาการและการควบคุมมาตรฐานที่ดี โครงการนี้อาจเป็นได้เพียงแค่มาตรการประชานิยมชั่วคราว ที่ทิ้งภาระหนี้ก้อนโตไว้เบื้องหลังเท่านั้น./มนตรี ขัดเรือง สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

ที่มา : NBT CONNEXT


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar