กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้ง War Room วิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

pic

 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า สถานการณ์เอลนีโญ สร้างความกังวลในหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตรและแหล่งน้ำสำคัญ สำหรับภาพรวม ในปัจจุบันมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างชัดเจน ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และมีช่วงฝนทิ้งช่วงมากขึ้น ปริมาณน้ำที่จะไหลลงเขื่อนมีปริมาณน้อยกว่าปกติ ในพื้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพืชผลที่ใช้น้ำมาก เช่น ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดตั้ง War Room โดยมีมาตรการเชิงรุกและการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา เช่น จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 8 ศูนย์ทั่วประเทศ เฝ้าระวังและเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เตรียมเครื่องบินพร้อมปฏิบัติการจำนวน 26 ลำ และได้รับความร่วมมือจากกองทัพอากาศอีก 2 ลำ การจัดการแหล่งน้ำ ดำเนินการเติมน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมความพร้อมสำหรับฤดูฝนหน้า และเร่งปฏิบัติการในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพื่อลดความเสียหายต่อพืชผลของเกษตรกร 

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังได้ให้ความมั่นใจกับเกษตรกร ว่า กรมฝนหลวงฯ มีความพร้อมและจะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เกษตรกรสามารถขอความช่วยเหลือผ่านอาสาสมัครฝนหลวงที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 4,000 อัตรา หรือทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงได้ทันที/นภสร แก้วคำ  สวท.

ที่มา : NBT CONNEXT


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar