นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ยืนยันการบริหารราชการแผ่นดินครอบคลุม 5 ด้าน

pic

นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ยืนยันการบริหารราชการแผ่นดินครอบคลุม 5 ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐ เดินหน้าทำประชามติและแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ย้ำจะทำทุกวิถีทางให้สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติและใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส

การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 29 ก.ย.68 เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า รัฐบาลยึดหลัก 3 ประการ คือ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์, ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้จะสนับสนุนการทำประชาติและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรับฟังเสียงของประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้การบริหารราชการจะครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐ เน้นแนวทางลดรายจ่าย-แก้หนี้ครัวเรือน และ SME ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ฟื้นฟูรายได้ผ่าน "โครงการคนละครึ่ง" ส่วนด้านความมั่นคง จะใช้แนวทางสันติวิธีแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา โดยย้ำหากต้องยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) จะต้องผ่านการทำประชามติของประชาชน ด้านสังคม ยืนยันจะไม่ให้มีกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร และย้ำว่าจะ “ไม่ทำให้การพนันถูกกฎหมาย” แต่จะเร่งปราบปรามอย่างเข้มงวด พร้อมใช้กฎหมายจัดการยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติและข่าวปลอม รวมถึงจะเดินหน้าปราบปรามการทุจริต ขณะที่ ด้านสิ่งแวดล้อม เตรียมผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างระบบเตือนภัยพิบัติที่ทันสมัย พร้อมยันว่า รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางในการบริหารราชการแผ่นดินให้สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ และจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบคอบโปร่งใสภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง จากนั้น เป็นการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายคนแรก ย้ำความสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อสร้างระบบการเมืองที่โปร่งใส ยึดโยงกับประชาชน และผลักดันประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคงอย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่า การผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างแท้จริงเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้านนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่านโยบายรัฐบาลหลายด้าน จะเป็นปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา เพราะมีระยะเวลาจำกัด 4 เดือน และเชื่อว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ อีกทั้งการตั้งคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับผลประโยชน์ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น/ข่าว วาสนา เงินทูล สวท.

ที่มา :  NBT CONNEXT


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar