
โรคไข้เลือดออก มักพบในประเทศเขตร้อนและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี เป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก มากกว่า 100 ประเทศที่โรคนี้กลายเป็นโรคประจำถิ่น คุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 40 หรือกว่า 2,500 ล้านคน ซึ่งจำนวนนี้ร้อยละ 70 เป็นคนในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย
ทยเริ่มมีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2492 และพบการระบาดครั้งแรกในปี 2501 ส่วนเหตุการณ์ระบาดครั้งใหญ่ที่สุดคือในปี 2530 มีรายงานผู้ป่วยกว่า 170,000 ราย เสียชีวิตกว่า 1,000 ราย หลังจากนั้นประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น โดยในปีที่มีการระบาดใหญ่จะพบผู้ป่วยมากกว่า 100,000 ราย และเสียชีวิต 100 รายขึ้นไป
ปีนี้ พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 59,370 ราย ผู้เสียชีวิต 55 ราย และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ เชียงใหม่ รองลงมาคือ แม่ฮ่องสอน ลำพูน น่าน เพชรบูรณ์ บึงกาฬ พะเยา ภูเก็ต อุบลราชธานี และ แพร่
พญ.จไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์โรคไข้เลือดออกปีนี้พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มเด็กวัยเรียน แต่กลุ่มที่เสียชีวิตมากสุดกลับเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ
ช่วงฤดูฝนนี้เราอาจป่วยกันบ่อยได้จากหลายโรค แล้วจะแยกอย่างไรว่าเป็นโรคไข้เลือดออก ก็สังเกตได้คือ ไข้เลือดออกจะมีไข้สูงเกือบตลอดเวลา มีผื่นแดงหรือจุดเลือดออกตามตัว ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดกระดูก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน การรักษาปัจจุบันยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสเดงกีโดยตรง จึงต้องรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ยาที่ใช้ได้คือพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาลดไข้ที่อาจจะมีความสัมพันธ์กับอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น ยาในกลุ่มแอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน หากมีอาการรุนแรงส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการติดเชื้อซ้ำ อาจเกิดเลือดออกผิดปกติหรือมีอาการช็อกได้ ควรเฝ้าระวัง สังเกตอาการ หากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวา กระสับกระส่ายหรือซึมลง มือเท้าเย็นพร้อมๆ กับไข้ลดลง หรือมีอาการหน้ามืด ควรรีบเข้าโรงพยาบาลทันที ก่อนจะเกิดอาการช็อกได้ การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือไม่ให้ยุงกัด กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน แต่วัคซีนไข้เลือดออกจะสามารถใช้ได้ผลดีและลดความรุนแรงได้โดยเฉพาะในคนที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน การจะฉีดจึงต้องปรึกษาแพทย์และได้รับการตรวจเลือดก่อน/ข่าว นฤมล อุดมพร สวท.
ที่มา : NBT CONNECT