
นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายรณรงค์ให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีการกำจัดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากการเผาไปเป็นวิธีอื่นๆ อาทิ การทำปุ๋ยหมัก หรือการไถกลบตอซังพืชเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน กรมพัฒนาที่ดิน จึงได้นำองค์ความรู้ในการทำปุ๋ยหมัก โดยการใช้ผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และน้ำหมักชีวภาพ เผยแพร่สู่เกษตรกร นำไปใช้ประโยชน์และขยายผลในพื้นที่ทำการเกษตรตนเองได้ และเพื่อให้เกษตรกรสามารถ ทำปุ๋ยหมักใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิต อนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ สามารถใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กรมพัฒนาที่ดิน ได้ส่งเสริมกิจกรรมการไถกลบงดเผาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่าน ได้จัดกิจกรรม “โครงการรณรงค์การทำปุ๋ยหมักจากซังข้าวโพดและเศษพืช เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน และลดปัญหาหมอกควัน และ PM 2.5” ขึ้น ณ บ้านต่อเรือ หมู่ที่ 2 ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 2.98 ล้านไร่ มีเศษเหลือของวัสดุจากการเกษตร อาทิ เศษซังข้าวโพด ตอซังข้าว และอื่นๆ กว่า 1.16 ล้านตันต่อปี หากเกษตรกรนำเศษวัสดุทางการเกษตรที่มีอยู่มาทำปุ๋ยหมักในการปรับปรุงดิน จะทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้กว่าร้อยละ 30 และช่วยลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร
สำหรับเกษตรที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่กองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน และขอรับผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด. ต่างๆ ได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือ โทร. 1760
ที่มา : NBT CONNECT