นายกฯ แถลงผลประชุม ครม.สัญจร อุดรธานี

นายกฯ แถลงผลประชุม ครม.สัญจร อุดรธานี เดินหน้า 4 มิติ พัฒนาอีสานตอนบน ยกระดับเกษตร - การค้าชายแดน - ท่องเที่ยว - แก้ยาเสพติดครบวงจร

วันที่ 3 พ.ย. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติมณฑาทิพย์ ฮอลล์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การยกระดับการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร การพัฒนาการค้าชายแดน การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ด้านการยกระดับการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร รัฐบาลมุ่งพัฒนารูปแบบการผลิตใหม่ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยมอบหมายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาแนวทางจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหารและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมผลักดันพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ ข้าว เน้นพัฒนาคุณภาพพันธุ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและส่งเสริมการทำนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยางพารา มุ่งแปรรูปยางดิบและพัฒนานวัตกรรมมูลค่าสูง เพื่อรักษาระดับราคาและตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ และ พืชพลังงาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง มุ่งผลิตพลังงานชีวภาพต่อยอดสู่พลังงานสะอาด ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และภาคเอกชน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร พร้อมผลักดันภาคอีสานเป็นฐานการผลิตอาหารคุณภาพที่สำคัญของโลก

ด้านการพัฒนาการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคม ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยมอบหมายกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพิ่มเติม รวมทั้งศึกษาความพร้อมในการพัฒนาท่าอากาศยานและพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อยกระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดให้เป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาค

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว รัฐบาลมุ่งใช้จุดเด่นและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ พร้อมเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาและจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่

ส่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติด รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังและครบวงจร ทั้งการปราบปราม การป้องกัน และการฟื้นฟู โดยมอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการปรับปรุงฐานข้อมูลและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา ขณะเดียวกันจะต่อยอดแนวทาง “อุดรโมเดล พลัส” ในการดูแลผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมเป็นเครือข่ายสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพทางสังคม และกระทรวงสาธารณสุขดูแลด้านการบำบัดรักษาทางการแพทย์และสุขภาพจิต เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความตั้งใจของรัฐบาลในการพัฒนาทุกภูมิภาคของประเทศ โดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดประชุม ครม.สัญจรอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค และเมื่อเดินทางครบทุกภาคแล้ว จะพิจารณาลงพื้นที่ในระดับจังหวัดที่มีศักยภาพและมีความต้องการพัฒนาเฉพาะด้าน สำหรับภาคอีสานตอนบน รัฐบาลตั้งเป้าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้น พื้นที่ชายแดนเป็นประตูเศรษฐกิจของภูมิภาค การท่องเที่ยวสร้างรายได้สู่ชุมชน และประชาชนปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด โดยได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรด้วยว่า ปัจจุบันสินค้าเกษตรหลายรายการมีราคาเฉลี่ยทั้งประเทศปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ข้าวหอมมะลิ 16,100 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 8,755 บาทต่อตัน มันสำปะหลังสด 2.25 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบชั้น 3 ราคา 83 บาทต่อกิโลกรัม และผลปาล์มทั้งทะลาย 7.86 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม รองรับความต้องการอาหารในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นแหล่งสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่มิตรประเทศ รัฐบาลจึงมุ่งหาแนวทางพัฒนาคุณภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อรักษาความต้องการของตลาดและสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านอาหาร

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนประชาชนร่วมเที่ยวชมงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยงานจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มองค์ความรู้ด้านการเกษตร และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมเชิญชวนประชาชนเดินทางมาเยือนจังหวัดอุดรธานี เพื่อชมความสวยงามของงาน เพลิดเพลินกับกิจกรรม และเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งอาจนำไปต่อยอดสร้างโอกาสให้แก่ตนเองได้

#นายกรัฐมนตรี #อนุทินชาญวีรกูล #ครมสัญจร #ครมสัญจรอุดรธานี #เกษตรกร #แก้ไขปัญหายาเสพติด #อุดรโมเดลพลัส #มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี #UdonExpo2026  #กรมประชาสัมพันธ์ #PRD1ขอนแก่น #สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่1


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar