
จากสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนเพื่อดูแลผลกระทบของประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการ“ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่(Modern Trade) 20 ราย นำสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ โดยเป็นสินค้าที่ห้างร้านผลิตเองและสินค้าแบรนด์รองมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58%เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า สินค้า “ไทยช่วยไทย” แบ่งสินค้าเป็น 2 กลุ่มหลักคือ 1) สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และ 2) สินค้าบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง โดยมีห้างร้าน และจุดจำหน่ายเข้าร่วมโครงการครอบคลุมทั่วประเทศ ในระยะแรกจะมีจำหน่าย 2 เดือนจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนจะมีการหมุนเวียนสินค้ารายการใหม่เข้ามาทดแทน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีและยังมีแผนพัฒนาสินค้าระดับชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการ SMEsนอกจากนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ยืนยันว่าจะตรึงราคาค่าโดยสารรถสาธารณะไว้ในราคาเดิมถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 และย้ำทุกหน่วยงาน ต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง คุมเข้มเรื่องค่าโดยสารต้องไม่มีการโก่งราคา โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเพียงพอตั้งแต่ต้นทางจนถึงขากลับจากต่างจังหวัดในทุกภูมิภาค ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.)จะตรึงราคาค่าขนส่งไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ก่อนจะปรับราคาค่าบริการเฉพาะบางรายการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะปกติ