
จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานนางศุภจี สุธรรมพันธุ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์หาแนวทางดูแลค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดทำโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยลดหรือตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ควบคู่การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย เน้นสินค้ากลุ่ม House Brand ของห้างร้าน(สินค้าที่ร้านค้าปลีกหรือห้างสรรพสินค้าเป็นเจ้าของแบรนด์เอง) และสินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ของผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของประเทศ แบ่งเป็นสินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋องคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเดือนเมษายน 2569 ระยะเวลาเบื้องต้น 2 เดือนพร้อมขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้ค้าตรึงราคา จัดโปรโมชัน และส่งรายการสินค้าลดราคาภายใน 27 มีนาคม 2569 เพื่อเร่งขับเคลื่อนมาตรการให้เกิดผลโดยเร็ว ขณะที่นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางและเศรษฐกิจถดถอย อาจทำให้การว่างงานเพิ่มขึ้น โดยพบว่าการเลิกจ้างแรงงานมาตรา 33 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2569 คาดว่าจะมีผู้ถูกเลิกจ้างไม่น้อยกว่า 40,000 คนต่อเดือน จากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การแข่งขันสูง สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และเทคโนโลยีที่ทดแทนแรงงานมากขึ้นจึงให้กรมการจัดหางาน จัดหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศกว่า 54,000 ตำแหน่ง เพื่อให้คนไทยได้มีงานทำ ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” ซึ่งนำระบบ AI มาวิเคราะห์ทักษะ และพื้นที่ภูมิลำเนา เพื่อให้เข้าถึงงานได้ “ถูกที่ ถูกเวลา และตรงความสามารถ” และแพลตฟอร์ม “คนทำงานอิสระ” เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานรับงานอิสระ สร้างรายได้ และให้ผู้ว่าจ้างสามารถหาคนทำงานได้โดยตรง สะดวก ปลอดภัย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย