
อุตรดิตถ์คึกคัก ประชาชนแห่ลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส” แน่นธนาคาร เจ้าหน้าที่เร่งอำนวยความสะดวกเต็มที่
วันที่ 20 ตุลาคม 2568 บรรยากาศการลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากต่างทยอยออกมาจับจองคิวหน้า ธนาคารกรุงไทย เพื่อยืนยันตัวตนและรับสิทธิ์สนับสนุนจากภาครัฐ ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาใหญ่ อุตรดิตถ์ ได้จัดพื้นที่บริเวณชั้น 4 รองรับประชาชนที่มาติดต่อ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยยืนยันตัวตน หลังพบปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เช่น แอปเด้งออก หมายเลขโทรศัพท์ไม่ตรงกับข้อมูลบัญชีธนาคาร ทำให้ไม่สามารถยืนยันสิทธิได้ด้วยตนเอง
นางประทีป กังสุกุล หนึ่งในประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนสามารถกดรับสิทธิ์ได้อย่างราบรื่น เนื่องจากเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา โดยมองว่าโครงการนี้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และทำให้เศรษฐกิจฐานรากกลับมาคึกคัก เพราะรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ประชาชนออกอีกครึ่งหนึ่ง จึงอยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงไทยในสาขาย่อยต่าง ๆ เช่น ที่ห้างโลตัส อุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ก็มีประชาชนแน่นล้นออกมาจากตัวธนาคาร บางส่วนต้องหันไปใช้บริการตู้ ATM เพื่อยืนยันตัวตนแทน เพื่อช่วยลดความแออัด โดยทางธนาคารได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่าง ๆ เพื่อให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ปี 2568 ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการรัฐที่ผ่านมาในทุกเฟสของคนละครึ่ง
ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อสมัครแล้ว ระบบจะแจ้งว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน” และจะได้รับการยืนยันผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน ขอให้ประชาชนอย่ากังวลหรือทำการลงทะเบียนซ้ำ ส่วนผู้ที่เคยได้รับสิทธิโครงการในเฟสก่อน เมื่อผ่านการยืนยัน ระบบจะแจ้งผลทันทีว่า "ได้รับสิทธิคนละครึ่ง พลัส 2,400 บาท" (กรณีผู้ยื่นภาษี) และ "ได้รับสิทธิ 2,000 บาท" (กรณีไม่เป็นผู้เสียภาษี)
โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากชาวอุตรดิตถ์ สะท้อนถึงความหวังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และบรรเทาค่าครองชีพในช่วงปลายปีนี้อย่างแท้จริง