มิจฉาชีพทางไซเบอร์คงพุ่งเป้าเหยื่อไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ

มิจฉาชีพทางไซเบอร์คงพุ่งเป้าเหยื่อไปที่กลุ่มผู้สูงอายุเป็นหลัก สกมช. แนะนำ หลักคิด 3 ไม่ ไม่เชื่อ ไม่ทำ ไม่โดน ป้องกันการถูกหลอกทางไซเบอร์

พลอากาศตรีจเด็ด คูหะก้องกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. บอกว่าจากการติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ผู้ที่ได้รับความเสียหายหลัก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ หน่วยงานรัฐ ในปี 2566 มีการโจมตีทางไซเบอร์ต่อข้อมูลและระบบหน่วยงานรัฐเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,808 เหตุการณ์ 59% เป็นการแฮ็กเข้าเว็บไซต์, 17% เป็นการสร้างเว็บไซต์ปลอมและ 6% เป็นการหลอกลวงเงิน สาเหตุหลักมาจากการขาดความเข้าใจ ขาดการป้องกัน และขาดความพร้อมและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบในส่วนของประชาชน  ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมามิจฉาชีพปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนที่มีการร้องเรียนอันดับต้นๆคือการหลอกให้ลงทุน หลอกให้แจ้งความ ชักจูงเล่นการพนันออนไลน์ และการหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงิน โดยที่ผ่านมา สกมช. รวมกับฝ่ายความมั่นคง สามารถปิดกั้นกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

ทั้งนี้ แนะนำประชาชนในการป้องกันตนเองจากวิชาชีพและภัยไซเบอร์ด้วยหลักคิด 3 ไม่ ไม่เชื่อ ไม่ทำ ไม่โดน โดยเฉพาะในส่วนแรก ไม่เชื่อเรื่องการซื้อขายออนไลน์ที่ดีเกินจริงหรือถูกกว่าราคาตลาด ไม่เชื่อว่าจะมีการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง ไม่เชื่อ จะมีหน่วยงานใดติดต่อทางโทรศัพท์หรือแอด LINE

ทั้งนี้ หากตัวเป็นเหยื่อขอให้ได้ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดเงินเป็นลำดับแรก ก่อนติดต่อศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ทันที

นายนพรัตน์ สุริยา ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายป้องกันทุจริตบัตรเครดิตและร้านค้า KTC บอกว่า ปัจจุบันภัยไซเบอร์ที่เกิดจากการกดรีโมทคอนโทรลที่มิจฉาชีพหลอกให้กดลิงค์ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่การถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินโดยตรงกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและความเสียหายก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเปราะบางและถูกหลอกได้ง่าย โดยใช้วิธีการล่อลวง เจ้าของบัญชีให้เกิดความหวาดกลัวว่ามีส่วนในการฟอกเงินโดยแอบอ้างว่ามาจากหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ

ในส่วนของการหลอกลวง ผ่านการทุจริตบัตรเครดิต ที่พบมากที่สุด คือการส่งอีเมลปลอมเพื่อหลอกให้ผู้ใช้กดลิงค์และเอาข้อมูลส่วนตัวเช่นรหัสผ่านเลขบัตร ต่อมาคือใช้เทคนิคการใช้เสียงในการสื่อสารโดยมักจะติดต่อผ่านโทรศัพท์เพื่อหลอกข้อมูลส่วนตัว และการใช้ข้อความที่ส่งผ่าน SMS เพื่อกดลิงค์

สำหรับการป้องกันข้อมูลบัตรเครดิต  ในส่วนของ KTC ได้พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันแอพพลิเคชั่น KTC mobile ได้พัฒนาระบบเตือนภัยและสร้างการตระหนักรู้ให้กับผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงในการทุจริตการเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้บริการ

ข่าว : nbt


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar