<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ขยายผล IOC สปท.4]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/799</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/799" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[รถไฟฟ้า MRT 4 สาย ร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ชำระค่าโดยสารผ่านแอป “เป๋าตัง” รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/507478</link>
<guid isPermaLink="false">1b13439b494235245522c9caae85d35f</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 16:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2026052818919661c89a0723bb6fe94fd1511a28111440.jpg" />&nbsp; &nbsp;<img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20260528a165039554583fd0d085faa84d4967b3111441.jpg" />&nbsp;&nbsp;<img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202605282ecbedb34ab4113f795d34773d30a144111443.jpg" /></p>

<p>นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รฟม. และบริษัทผู้รับสัมปทานให้บริการรถไฟฟ้ามหานครทั้ง 4 สาย ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้รับสัมปทานให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) ผู้รับสัมปทานให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (MRT สายสีเหลือง) และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทานให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร (MRT สายสีชมพู) พร้อมเข้าร่วมโครงการ &nbsp;&ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน อีกทั้งส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างสะดวก ปลอดภัย และประหยัดโดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; สามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานีของรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สาย ระหว่างเวลา 06.00 &ndash; 23.00 น. ซึ่งรัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าโดยสารในสัดส่วน 60% และประชาชนชำระเอง 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตลอดระยะเวลาโครงการ 4 เดือน</p>

<p>ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) เพื่อเดินทางภายในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ โดยมีขั้นตอนการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ดังนี้&nbsp;<br />
&nbsp; 1. เข้าเมนู &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo;&nbsp;<br />
&nbsp; 2. เลือกสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์&nbsp;<br />
&nbsp; 3. สแกน QR ที่เจ้าหน้าที่สถานีเพื่อชำระค่าโดยสาร&nbsp;<br />
&nbsp; 4. ตรวจสอบยอดเงิน กดปุ่มยืนยันการชำระเงิน และใส่รหัส PIN&nbsp;<br />
&nbsp; 5. รับตั๋วโดยสาร เพื่อนำไปใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT<br />
สำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ทุกสาย สามารถใช้สิทธิ์โครงการดังกล่าวได้ โดยซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว ประเภทบุคคลทั่วไป และผู้สูงอายุ ที่ห้องออกบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT ทุกสถานี</p>

<p>ทั้งนี้ สิทธิ์ในโครงการฯ ไม่สามารถใช้ได้ในกรณีดังต่อไปนี้<br />
&bull; ไม่สามารถเติมเงินหรือเติมเที่ยวโดยสารในบัตรแมงมุม EMV บัตร MRT EMV และบัตรแรบบิท &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
&bull; ไม่สามารถซื้อบัตรโดยสารประเภทบัตรแมงมุม EMV และบัตรแรบบิท<br />
&bull; ไม่สามารถขอคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสด (Refund) สำหรับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวที่ซื้อด้วยสิทธิ์ของโครงการ&nbsp;<br />
&bull; ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าปรับกรณีอยู่ในระบบเกินเวลา หรือค่าธรรมเนียมเมื่อเหรียญโดยสารสูญหายหรือชำรุด<br />
&bull; &nbsp;ไม่สามารถชำระค่าจอดรถของรถไฟฟ้า MRT</p>

<p>ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่เป็นผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิ์หรือเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งในอดีต หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โทร. 0 2111 1122 (กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า) ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามข้อมูลโครงการฯ ได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โทร. 08 5842 7102 &ndash; 9 ในวันและเวลาราชการ รวมถึงสอบถามรายละเอียดและติดตามข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้า MRT เพิ่มเติม ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้<br />
- MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน ได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล โทร. 0 2624 5200 Facebook Page และ &nbsp; X : BEM Bangkok Expressway and Metro และ Instagram : mrt_bangkok หรือ โมบายแอปพลิเคชัน: Bangkok MRT<br />
- MRT สายสีเหลือง ได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง MRT Yellow Line Call Center โทร. 0 2617 6111 Line Official: @pinkyellowline Facebook Page: MRTYellowLine เว็บไซต์: www.ebm.co.th หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่โมบายแอปพลิเคชัน: &lsquo;The SKYTRAINs&rsquo;<br />
- MRT สายสีชมพู ได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู MRT Pink Line Call Center &nbsp; โทร. 0 2617 6111 Line Official: @pinkyellowline Facebook Page: MRTPinkLine เว็บไซต์: &nbsp;www.nbm.co.th หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่โมบายแอปพลิเคชัน: &lsquo;The SKYTRAINs&rsquo;</p>

<p>ที่มา: <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164539">https://www.thaigov.go.th/th/news/164539</a></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026052873841c283de88f83407bcb01e9b8d6e1161006.jpg' type='image/jpg' length='35178' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลพลิกโฉมคุณภาพชีวิตคนพิการ ผลักดันเพิ่มเบี้ย 1,000 บาท ดันอารยสถาปัตย์เพื่อคนพิการทั่วประเทศ สร้างสังคมเท่าเทียม]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/507474</link>
<guid isPermaLink="false">981008ae90f2c38a1199ccbd554fe68e</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="รัฐบาลพลิกโฉมคุณภาพชีวิตคนพิการ ผลักดันเพิ่มเบี้ย 1,000 บาท ดันอารยสถาปัตย์เพื่อคนพิการทั่วประเทศ สร้างสังคมเท่าเทียม" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260528ad0de03a83b0985141c89f6df6d2db23100354.jpeg" /></p>

<p>วันที่ 28 พฤษภาคม 2569&nbsp;ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าติดตามผลการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายคนพิการระดับชาติ พร้อมเร่งรัดขับเคลื่อนแผนงานให้เห็นผลสำเร็จโดยเร็ว ล่าสุดประกาศ 3 มาตรการเร่งด่วน พลิกโฉมคุณภาพชีวิตคนพิการ คือ ผลักดันให้มีการเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการสำหรับผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการทุกคนเป็น 1,000 บาท/คน/เดือน , ขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ กระตุ้นทุกให้ทุกภาคส่วนร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากอุปสรรคสำหรับคนพิการ ภายใต้หลักการ &quot;คนพิการใช้ได้ คนทุกกลุ่มก็ใช้ได้&quot; และ ยกระดับ &rdquo;ราชการเป็นมิตร&rdquo; โดยกำหนดให้หน่วยงานสังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 22 แห่งทั่วประเทศ ติดตั้ง &quot;ห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวก&quot; เพื่อสุขอนามัย และติดตั้ง &quot;ระบบโซลาร์รูฟท็อป&quot; เพื่อประหยัดพลังงาน</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้วางแนวทางเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับกลุ่มคนพิการอย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ และเปลี่ยนผ่านบทบาทภาครัฐจากการเป็นเพียง &quot;ผู้ให้ความช่วยเหลือ&quot; ไปสู่การเป็น &quot;ผู้สร้างโอกาส&quot; เพื่อให้คนพิการไทยทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างแท้จริง</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้บูรณาการฐานข้อมูล เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และปัญหาเด็กพิการออกนอกระบบการศึกษา โดยจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการเชื่อมฐานข้อมูลเพื่อดึงเด็กพิการนอกระบบให้กลับเข้าสู่การศึกษา พร้อมทั้งเสริมความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว โดยการเพิ่มเนื้อหาการป้องกันความรุนแรงในหลักสูตรอบรมอาสาสมัคร พม. เชี่ยวชาญด้านคนพิการ &nbsp;จำนวน 1,260 คน เพื่อเป็นกลไกเชิงป้องกันและดูแลความปลอดภัยของคนพิการในชุมชนอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยรัฐบาลมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนผ่านจากการสงเคราะห์แบบเดิม มาเป็นการสร้างโอกาสและศักดิ์ศรี เพื่อให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองและมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเท่าเทียม</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.prd.go.th/th">https://www.prd.go.th/th</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605282fd0d1f4275597a1e49835e5fbf06f17160242.jpeg' type='image/jpg' length='115425' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“BKS” เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หนุนประชาชนเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สะดวก ประหยัด ปลอดภัย กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/507469</link>
<guid isPermaLink="false">9fed86f799575d52d127b100d5fe9f66</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 15:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2026052810258af0dc5aa788d204165a74cdeb1b134238.jpg" /></p>

<p>นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า BKS ได้เข้าร่วมโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ร้อยละ 60 ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเองร้อยละ 40 ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; ชำระค่าตั๋วโดยสารรถ BKS ตามเงื่อนไข ดังนี้<br />
<br />
1. ใช้สิทธิผ่านแอปฯ &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ช่วงเวลา 06.00 - 23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS 139 แห่งทั่วประเทศ<br />
2. ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายได้<br />
3. ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง<br />
4. ใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารของสมาชิก BKS Member ได้ร้อยละ 5 - 10 ตามเงื่อนไขที่ BKS กำหนด<br />
5. เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี&nbsp;<br />
6. กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทางพร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร<br />
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองตั๋ว BKS ได้ที่เว็บไซต์ BKS Application BKS E-ticket Facebook Page : บขส. Line : BKS และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ หรือ โทร. 0 2936 3660</p>

<p>ข้อมูลจาก <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164547">https://www.thaigov.go.th/th/news/164547</a></p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.prd.go.th/th/">https://www.prd.go.th/th/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260528d3b0ae0d2555fc1cebe8a7daf91a71cc155920.jpg' type='image/jpg' length='42230' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เชิญชวนอุดหนุนสินค้า “ไทยช่วยไทย” ครั้งที่ 5 ครั้งสุดท้าย พร้อมกันทั่วประเทศ 29 พฤษภาคม นี้]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/507462</link>
<guid isPermaLink="false">00190f7ddb370b9df7fd6ff5de5c0a93</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 15:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="กรมการปกครอง เชิญชวนอุดหนุนสินค้า “ไทยช่วยไทย” ครั้งที่ 5 ครั้งสุดท้าย  พร้อมกันทั่วประเทศ 29 พฤษภาคมนี้ . นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง  เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา การจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย”  สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนไปแล้วกว่า 24.5 ล้าน ..." src="https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT6JUcqrR5mVwf0NA1Td-Ur1DGHMLoTHJGnaA&amp;s" /></p>

<p>นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา การจัดกิจกรรม &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้<wbr />ประชาชนไปแล้วกว่า 24.5 ล้านบาท และสร้างยอดจับจ่ายสะสมทะลุ 110.8 ล้านบาท สร้างเม็ดเงินหมุนเวี<wbr />ยนในระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างต่<wbr />อเนื่อง โดยมีผู้ประกอบการและร้านค้าชุ<wbr />มชนพร้อมใจนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าจำเป็น รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้า OTOP มาจำหน่ายในราคาพิเศษ</p>

<p>ขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนสิ<wbr />นค้า เลือกซื้อของดีราคาประหยัดใกล้<wbr />บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่<wbr />ายในครัวเรือน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขั<wbr />บเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากพร้อมกั<wbr />นในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้<wbr />อนและลดภาระค่าครองชีพ ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิ<wbr />จฐานรากและสร้างรายได้ให้แก่ผู้<wbr />ประกอบการในชุมชนอย่างทั่วถึง/ข่าว ชนัญชิดา&nbsp; สังข์ทอง สวท.</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605287b040ec136a4aeaeab7d2240771857f8155302.jpg' type='image/jpg' length='10926' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกิน มอบสมุด คทช. ชาวอุตรดิตถ์ สร้างความมั่นคงชีวิต–ต่อยอดรายได้ครอบครัวอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/506150</link>
<guid isPermaLink="false">ec56d8eb4412ced5cd2f318d4b4850cc</guid>
<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 25 พฤษภาคม 2569&nbsp;เวลา 11.00 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 มีพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางประชาชนและผู้นำชุมชนเข้าร่วมจำนวนมาก</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินเดิมสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ต้องการความมั่นคงในการประกอบอาชีพและรายได้ของครอบครัว</p>

<p>สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์ กรมป่าไม้ได้ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอ รวมกว่า 317,566 ไร่ แบ่งเป็น 4 กลุ่มพื้นที่ตามชั้นคุณภาพลุ่มน้ำและช่วงเวลาการเข้าทำประโยชน์ โดยปัจจุบันกลุ่มที่ 1 ได้จัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) แล้ว 35 พื้นที่ เนื้อที่กว่า 118,047 ไร่ และออกหนังสืออนุญาตแล้ว 12 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติม ขณะที่กลุ่มพื้นที่ 2, 3 และ 4 ได้รับอนุมัติโครงการและออกประกาศตามมาตรา 19 ครบทั้ง 9 อำเภอแล้ว</p>

<p>ทั้งนี้ การมอบสมุด คทช. ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านสิทธิที่ดินให้ประชาชน สามารถนำไปต่อยอดทางเศรษฐกิจ เข้าถึงแหล่งทุน และพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้น โดยมีตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรสวนทุเรียนในอำเภอลับแล ที่สามารถนำเอกสารรับรองสิทธิไปขอการรับรองมาตรฐาน GAP ทำให้ผลผลิตได้รับความเชื่อมั่น ไม่ถูกกดราคา และมีผู้สั่งจองล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีการมอบใบอนุญาตทำไม้ในพื้นที่ คทช. ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังผ่านการตรวจสอบและอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>

<p>ด้านกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 จังหวัดอุตรดิตถ์มีเกษตรกรได้รับมอบสมุดประจำตัวรวมทั้งสิ้น 1,800 ราย ครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านที่ดินทำกินให้ประชาชน และขับเคลื่อนแนวทาง &ldquo;คนอยู่กับป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน&rdquo; ตามนโยบายของรัฐบาล</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่นายกรัฐมนตรีผลักดันอย่างต่อเนื่อง&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>

<p>ข้อมูลจาก <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164416">https://www.thaigov.go.th/th/news/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026052523afea299599fe5df6893a9045376f06103206.jpg' type='image/jpg' length='15676' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับร้านค้า เริ่ม 25 พ.ค. นี้ สมัครได้ทั้งผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/506149</link>
<guid isPermaLink="false">9dffcfc26c0c3642ea6b49de7abe11b7</guid>
<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="รัฐบาลเปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับร้านค้า เริ่ม 25 พ.ค. นี้ สมัครได้ทั้งผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260524cdcac22db553be2a84549b80b7dcbbf6093055.jpeg" /></p>

<p>วันที่ 24 พฤษภาคม 2569&nbsp;นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดแนวทางและขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; สำหรับร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะอย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า ร้านค้าสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม &ndash; 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านจุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ โดยแบ่งแนวทางการสมัครออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่</p>

<p>1. ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ได้ทันที</p>

<p>2. ร้านค้าและผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; ต้องลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย โดยต้องมีบัญชีกรุงไทยประเภทบุคคลธรรมดา สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์ พร้อมดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อขอรับรองจากหน่วยงานที่กำหนด ที่ &nbsp; &nbsp;ไทยช่วยไทยพลัส.th/howto/merchant และอัปเดตแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ก่อนยื่นเอกสารสมัคร</p>

<p>3. ผู้ประกอบการขนส่งมวลชนสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง เรือโดยสารสาธารณะ และรถร่วมบริการ สามารถสมัครผ่านการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย</p>

<p>สำหรับขั้นตอนการสมัครของร้านค้าใหม่ ร้านค้าจะต้องตรวจสอบประเภทกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร และนำเอกสารไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรอง ก่อนนำมายื่นสมัคร ณ จุดให้บริการของธนาคารกรุงไทย เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ระบบจะส่ง SMS แจ้งผล และแบนเนอร์ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อให้ร้านค้ากดยอมรับเงื่อนไขโครงการและเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 &ndash; 23.00 น.</p>

<p>ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดคุณสมบัติร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ร้านธงฟ้า วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน ร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ รวมถึงนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยกิจการต้องสามารถตรวจสอบได้ และต้องไม่เป็นร้านสะดวกซื้อประเภทแฟรนไชส์ หรือธุรกิจรับสินค้าผู้อื่นมาจำหน่ายในลักษณะตัวแทน</p>

<p>นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐที่ผ่านมา เช่น โครงการคนละครึ่ง ระยะต่าง ๆ และโครงการคนละครึ่ง พลัส สำหรับประเภทสินค้าและบริการที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ ยกเว้น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการที่เป็นการชำระเงินล่วงหน้า</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากร้านค้าไม่มีข้อมูลการประกอบกิจการอยู่ในฐานข้อมูลภาครัฐ จะต้องได้รับการรับรองว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย เพื่อให้การเข้าร่วมโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องและป้องกันการสวมสิทธิ</p>

<p>ในส่วนของการรับชำระเงิน ภาครัฐจะโอนเงินในส่วนที่รัฐร่วมจ่ายเข้าบัญชีร้านค้าผ่านระบบแอปฯ ถุงเงินตามระยะเวลาที่กำหนด และกรณีโอนเงินไม่สำเร็จ จะมีการ Retry ทุกวันศุกร์ จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่กับการกำกับดูแลความโปร่งใส เพื่อให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นอีกกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนอย่างทั่วถึง&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>

<p>ที่มา : <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164401">https://www.thaigov.go.th/th/news/</a></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605250c66e7b3a940bb65aa8cd5be10873693102728.jpeg' type='image/jpg' length='73110' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลยกระดับปราบภัยไซเบอร์ ออกมาตรการคุมซิม สกัด SIM BOX–และเพิ่มคืนเงินเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/505690</link>
<guid isPermaLink="false">56d344e13c1a28dacfd8c51cb1f9a948</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 15:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="รัฐบาลยกระดับปราบภัยไซเบอร์ ออกมาตรการคุมซิม สกัด SIM BOX–และเพิ่มคืนเงินเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260522e488680488d8fef236cd751e654bf44c094806.jpg" /></p>

<p>วันที่ 22 พฤษภาคม 2569&nbsp;นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการปราบปรามภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ หลังอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีรูปแบบซับซ้อนและขยายตัวรวดเร็ว ทั้งการหลอกลวงออนไลน์ บัญชีม้า ซิมม้า และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือกระทำผิด กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของประชาชน</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกกฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศเป็นต้นไป เพื่อกำหนดกลไกให้สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รวดเร็วและเป็นระบบ</p>

<p>สาระสำคัญของกฎกระทรวงดังกล่าว คือ เมื่อมีการตรวจพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือมีการระงับ ยึด หรืออายัดเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรายงานข้อมูลต่อ ปปง. จากนั้นจะมีการตรวจสอบ ประกาศข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้อง เปิดช่องให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคืนเงิน และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นคำร้องคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณามีคำสั่งคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหายตามหลักฐานและเส้นทางการเงิน</p>

<p>ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. ได้ออกประกาศมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการจำกัดการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ไม่เกิน 3 เลขหมายต่อคนต่อผู้ให้บริการ พร้อมกำหนดให้ต้องแสดงตนที่สาขาหรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้เป็น &ldquo;ซิมม้า&rdquo; หรือเครื่องมือของขบวนการหลอกลวงออนไลน์</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรการห้ามเครื่อง SIM BOX หรือ Gateway ที่รองรับตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไป เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามนำหมายเลข IP Address ที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปให้บริการในต่างประเทศโดยไม่เหมาะสม กำหนดให้ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลผู้ใช้บริการย้อนหลังไม่น้อยกว่า 180 วัน เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี และให้ปฏิเสธการลงทะเบียนเลขหมายเพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการทั้งหมดนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การปิดช่องโหว่ต้นทาง สกัดเครื่องมือของมิจฉาชีพ ติดตามเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการเร่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย โดยรัฐบาลมุ่งให้ประชาชนใช้บริการดิจิทัลและโทรคมนาคมได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และได้รับความเป็นธรรมเมื่อได้รับความเสียหาย</p>

<p>&ldquo;ภัยไซเบอร์ไม่ใช่เพียงปัญหาอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นภัยด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน รัฐบาลจึงเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงดิจิทัลฯ ปปง. กสทช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อปราบปรามอย่างจริงจัง ลดโอกาสประชาชนตกเป็นเหยื่อ และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยในยุคดิจิทัล&rdquo; รองโฆษกฯ กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/505492">https://www.prd.go.th/th/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605222a99f4c7844172767241fceccaa274b2151259.jpg' type='image/jpg' length='594432' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้าโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ดันสินค้าแบรนด์ไทย กระตุ้นยอดใช้จ่ายนักท่องเที่ยวกลางปี ช่วง มิ.ย - ส.ค 69 เผยปี 68 สร้างรายได้กว่า 700 ล้านบาท]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/505682</link>
<guid isPermaLink="false">09eb5ddc922380500d8f63681d04f20f</guid>
<pubDate>Fri, 22 May 2026 15:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20260522012cb92de55eb01394f74ece93d98ed3093057.jpeg" /></p>

<p>วันที่ 22 พฤษภาคม 2569&nbsp;นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าเตรียมความพร้อมร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 100 ราย สำหรับการเข้าร่วมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลที่เติบโตดี</p>

<p>นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า จากสถิติปี พ.ศ.&nbsp;<a href="tel:2566-2567">2566-2567</a> นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายด้านช้อปปิ้งและของที่ระลึกอยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 15-20 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งเป็นอันดับ 3 รองจากค่าที่พักและค่าอาหารและเครื่องดื่ม โดยตลาดหลักที่มีกำลังซื้อสูงสุด ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลี และฮ่องกง ตามลำดับ &nbsp;รัฐบาล โดย ททท. &nbsp;จึงได้เตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 &nbsp;พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วง Green Season โดยมีพื้นที่หลักในการดำเนินกิจกรรม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) เพื่อเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายและตอบโจทย์แคมเปญ Unforgettable Experience ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านสินค้าแบรนด์ไทยและสนับสนุนนักออกแบบไทย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ เครื่องประดับ และสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุรีไซเคิล เพื่อมอบประสบการณ์การชอปปิงรูปแบบใหม่ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้&nbsp;</p>

<p>&ldquo;จากข้อมูลผลการดำเนินโครงการ Amazing Thailand Grand Sale ปี 2568 พบว่ามีรายได้หมุนเวียนระหว่างดำเนินโครงการฯ กว่า 700 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจต่อโครงการร้อยละ 92.92 และมีความต้องการบอกต่อถึงกิจกรรมโครงการฯ ร้อยละ 98.67 ขณะที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ร่วมโครงการฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย&rdquo; นางสาวพลอยทะเล ระบุ</p>

<p>รัฐบาลเชิญชวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมนำเสนอโปรโมชัน สิทธิพิเศษ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการฯ โดยโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ในปีนี้&nbsp;จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน &ndash; 15 สิงหาคม 2569 &nbsp;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account: @thailandgrandsale /ข้อมูลจาก <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164336">https://www.thaigov.go.th/th/news/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605220c84f5cb9a62fa974a5820d2beb84081150026.jpeg' type='image/jpg' length='14796' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติ “ไทยช่วยไทยพลัส” บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนกว่า 43 ล้านคน เริ่มลงทะเบียน 25 พ.ค.]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/504977</link>
<guid isPermaLink="false">a5a50e877c72ffcd50b4561f7986b58d</guid>
<pubDate>Wed, 20 May 2026 13:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2026052037a6cb1da284c8175388f919e5db1107081353.jpg" /></p>

<p>เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69&nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; กรอบวงเงินไม่เกิน 175,718.66 ล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท</p>

<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; เพื่อช่วยประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังส่งผลกระทบเป็นระลอก จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น สู่ต้นทุนสินค้าและบริการที่แพงขึ้น และอาจลุกลามไปสู่ภาวะกำลังซื้อหดตัว หากไม่เร่งดูแลอย่างทันท่วงที โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; จึงออกแบบมาเพื่อประคับประคองประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ทั้งกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนทั่วไปผ่านโครงการ 60/40 ที่รัฐช่วยจ่าย 60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยร้านค้ารายเล็กรายน้อยทั่วประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนที่สูงขึ้น ช่วยต่อลมหายใจให้ธุรกิจเดินต่อได้ พร้อมทั้งเรียนรู้การค้าขายด้วยระบบดิจิทัลและ AI วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ แต่คือวิกฤตต้นทุนและค่าครองชีพ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อหดหาย และอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจรายเล็กที่ไม่มีสายป่านยาวพอและส่งผลต่อการจ้างงาน ทั้งหมดนี้จะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของคนไทยจำนวนมาก จึงต้องร่วมกันประคองกำลังซื้อ ลดภาระค่าครองชีพ และช่วยให้ประชาชน ร้านค้า และ SMEs ฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน</p>

<p>โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; จะมุ่งเน้น 1) ช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) และ 2) บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>

<p><strong>1. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง</strong>&nbsp; คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม สำหรับโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้มีบัตรฯ ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำหรับเป็นวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ และวงเงินค่าไฟฟ้าและน้ำประปา รวมทั้งเป็นเบี้ยสวัสดิการเพิ่มเติมให้แก่คนพิการ และได้อนุมัติโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง โดยผู้มีบัตรฯ จำนวนประมาณ 13.18 ล้านราย จะได้รับวงเงินเพิ่มอีกจำนวน 700 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มเติมจากวงเงินที่ได้รับเดิมจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน รวม 1,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป)&nbsp;</p>

<p>กระทรวงการคลังจะเร่งรัดให้มีการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนดสำหรับผู้มีบัตรฯ เดิม พร้อมทั้งประสานกับกระทรวงมหาดไทยสำรวจกลุ่มคนชายขอบที่ตกหล่นให้ได้กลุ่มคนที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมาย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน</p>

<p><strong>2. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)&nbsp;</strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐให้การสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ให้แก่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อนำไปใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>

<ul>
	<li>ระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569 มีดังนี้</li>
	<li>เปิดรับลงทะเบียนร้านค้า
	<ul>
		<li>กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569</li>
		<li>กรณีเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2569</li>
	</ul>
	</li>
	<li>เปิดรับลงทะเบียนประชาชน ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06.00 - 22.00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน
	<ul>
		<li>ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน &nbsp;ถึง 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 21.00 น.)</li>
	</ul>
	</li>
</ul>

<p>กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนจำนวนไม่เกิน 30 ล้านคน โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้</p>

<ol>
	<li>เป็นผู้มีสัญชาติไทย</li>
	<li>มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน</li>
	<li>มีบัตรประจำตัวประชาชน</li>
	<li>ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งในอดีต ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 โครงการคนละครึ่ง พลัส และไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569</li>
</ol>

<p>การใช้จ่าย ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 (4 เดือน) ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป ซึ่งประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; เพื่อซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) หรือซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ภายในระยะเวลาที่กำหนด</p>

<p>การดำเนินโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและสภาพคล่องได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่ค่าครองชีพอยู่ในระดับสูง และช่วยรักษาการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ</p>

<p>นอกจากนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ยังจะได้มีการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็น ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาวิเคราะห์ธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการต้นทุน การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและสภาพคล่องหมุนเวียน การวิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เรียนรู้ทักษะใหม่และเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลรายได้รายจ่ายเพื่อใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.prd.go.th/">https://www.prd.go.th/</a></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260520fdc4a115ca619987a9b6712d1413733b132937.jpg' type='image/jpg' length='52883' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เคาะ เยียวยาด่วน! เข็น “ไทยช่วยไทย พลัส” อุ้มกลุ่มเปราะบาง-กระตุ้นกำลังซื้อ ฝ่าวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/504834</link>
<guid isPermaLink="false">5a415798a27cb738d10da927bf201de1</guid>
<pubDate>Wed, 20 May 2026 12:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานอย่างเร่งด่วน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยรัฐบาลได้จัดสรรแหล่งเงินเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เพื่อป้องกันการหดตัวของเศรษฐกิจและการว่างงานในระยะสั้น&nbsp; โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 มาตรการหลัก ดังนี้</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. มาตรการอัดฉีดสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 (ดูแลกลุ่มเปราะบาง) ครม. อนุมัติงบประมาณให้แก่กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อยจำนวนประมาณ 13.18 ล้านราย อย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ 2569 สิทธิประโยชน์เดิมคงอยู่ ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค, ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม, ค่าเดินทางสาธารณะ, ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา และเบี้ยสวัสดิการเพิ่มเติมสำหรับคนพิการ เพิ่มวงเงินพิเศษ อนุมัติเพิ่มเงินช่วยเหลือค่าครองชีพอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน (จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน) ระยะเวลา 4 เดือน (มิถุนายน &ndash; กันยายน 2569) หมายเหตุ วงเงินเดือนต่อเดือน ไม่สะสมไปเดือนถัดไป&nbsp;แผนงานถัดไป กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองคุณสมบัติ พร้อมประสานกระทรวงมหาดไทยเชิงรุก สำรวจกลุ่มคนชายขอบที่ตกหล่นเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2. โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)&rdquo; (กระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชน) มาตรการร่วมจ่าย (Co-pay) ระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันและสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่ร้านค้ารายย่อย โดยรัฐสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 60 และประชาชนจ่ายเองร้อยละ 40</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน มีบัตรประชาชน ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งในอดีต ทุกเฟส จำกัดไม่เกิน 30 ล้านคน รัฐช่วยจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน รวมสูงสุด 1,000 บาท/คน/เดือน (ไม่ทบยอดในเดือนถัดไป) รวมตลอดโครงการสูงสุด 4,000 บาท แอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; (สำหรับประชาชน) และ &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; (สำหรับร้านค้า)</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 25 พฤษภาคม &ndash; 30 กันยายน 2569 ร้านค้าเดิม (จากคนละครึ่ง พลัส) ยืนยันสิทธิผ่านแอปฯ &quot;ถุงเงิน&quot; ได้ทันที</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 25 พฤษภาคม &ndash; 31 กรกฎาคม 2569 ร้านค้าใหม่ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 25 &ndash; 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06.00 - 22.00 น.) เปิดลงทะเบียนประชาชน (จำกัด 30 ล้านสิทธิ์ หรือจนกว่าจะปิดระบบในวันสุดท้าย) วันที่ 1 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 23.00 น.) ช่วงเวลาใช้สิทธิโครงการ สำหรับการซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่เข้าร่วม วันที่ 15 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 (เวลา 06.00 - 21.00 น.) เปิดใช้สิทธิผ่าน Food Delivery Platform ที่ได้รับอนุมัติผ่านแอปฯ &quot;เป๋าตัง&quot;</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; จะได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัลและการบริหารธุรกิจ โดยมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกฟรี เช่น การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องหมุนเวียน การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory) การวิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าขาย</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มาตรการทั้งหมดนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการประคับประคองสภาพคล่องทางเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายท่ามกลางวิกฤตพลังงานได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีระบบฐานข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260520290211b2abe58843da252c5fb817614c125959.jpeg' type='image/jpg' length='1345979' />
</item>
</channel>
</rss>
