<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ขยายผล IOC สปท.4]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/799</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/799" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติขยายเวลามาตรการภาษีสนับสนุนการศึกษาและกีฬาอีก 3 ปี  หักลดหย่อน 2 เท่าผ่านระบบ e-Donation]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512919</link>
<guid isPermaLink="false">b823a7b4d53add78a3a460b04717561d</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 15:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2F460b8080004861e0a0b178387d1d1ebf.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 2 ฉบับ เพื่อขยายระยะเวลามาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาและการกีฬาออกไปอีก 3 ปี โดยให้สิทธิแก่บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร ไปหักลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ปีละประมาณ 1,600 ล้านบาท หรือรวม 4,800 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 3 ปี (แบ่งเป็นด้านการศึกษา 1,540 ล้านบาท และด้านกีฬา 60 ล้านบาทต่อปี) แต่จะส่งผลดีอย่างยิ่งในการจูงใจให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาและการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ/ปฏิพล สัทธพรมมา&nbsp; สวท.</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260616264cd582cb04aa318dc93d89f73d1f40151326.jpg' type='image/jpg' length='91203' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติขยายเวลาบังคับใช้มาตรฐาน "กระดาษสัมผัสอาหาร" ออกไปอีก 1 ปี บรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการ และประชาชน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512909</link>
<guid isPermaLink="false">509b4b62ea7dfaf0d3dcea3c6eed9bbe</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 15:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2F6db3baecb17ecf0c2f2c288827705550.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ โดยมีสาระสำคัญคือการขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวงฯ ดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เปลี่ยนเป็นให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2570 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือและให้เวลาปรับตัวแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กเพื่อป้องกันการปิดกิจการ ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนต้นทุนบรรจุภัณฑ์อย่างกะทันหันในช่วงรอยต่อทางเศรษฐกิจ ตลอดจนเป็นการป้องกันปัญหาการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์กระดาษสัมผัสอาหารในท้องตลาด เช่น จานกระดาษ ถุงหิ้วกระดาษ ถุงขนม และกระดาษรองอาหาร เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการด้านอาหารได้อย่างราบรื่นตามปกติ/ปฏิพล สัทธพรมมา&nbsp; สวท.</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260616feef4b030165a57e36ffa3a3ae6b0e1a150935.jpg' type='image/jpg' length='96045' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.เห็นชอบ ยุติโครงการ “มหาวิทยาลัยอมตะ” จัดการศึกษาหลักสูตรมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน เหตุไม่ดำเนินการตามแผน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512896</link>
<guid isPermaLink="false">15b956e626a55b5b50955588527f3ce1</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 14:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2F377684cc26cebcc06c998f541728080a.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอให้ยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2561 ที่เคยอนุมัติให้มหาวิทยาลัยอมตะ (Amata University) จัดการศึกษาหลักสูตร Master of Science (M.S.) in Engineering (Intelligent Manufacturing System) ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) ในประเทศไทย เนื่องจากคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คพอต.) ตรวจสอบพบว่า มหาวิทยาลัยอมตะไม่ได้ดำเนินการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนตามที่ได้รับความเห็นชอบ อีกทั้งยังเพิกเฉยต่อการรายงานความก้าวหน้าหรือชี้แจงเหตุผลแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสอบถามแล้วก็ตาม การยกเลิกมติดังกล่าวจึงเป็นการปรับปรุงสถานะโครงการให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อความชัดเจนและโปร่งใสในการกำกับดูแลการจัดการศึกษาโดยสถาบันจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการยกเลิกมติครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผู้เรียน เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังไม่ได้เริ่มดำเนินการเปิดการเรียนการสอนจริง/ปฏิพล สัทธพรมมา&nbsp; สวท.</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260616ebcb0dd8526c8c270ffd70a41088b0c9150005.jpg' type='image/jpg' length='88167' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เอกนัฎ พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัยจากเดิมให้บ้านที่ใช้ไฟสูงจ่ายแพง ควบคู่การแก้ปัญหาสัญญาไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ เตรียมใช้ "ค่าไฟ Data Center" อัตราใหม่ พร้อมเร่งมาตรการรับซื้อไฟโซลาร์คืนจากประชาชนภายในเดือนนี้]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512889</link>
<guid isPermaLink="false">f3211da11cbe4a92ee1d79afe5c8aa6c</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 14:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2F649c4e261ff6a3804b6ecd208de49095.jpeg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงาน มีเป้าหมายหลัก เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ยุติธรรม และสะท้อนต้นทุนจริง &nbsp;โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. &nbsp;เพราะการปรับค่าไฟฟ้านั้นจะกระทบทั้งประชาชน และการไฟฟ้าฯ ซึ่งรอผลจากการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้ &nbsp;ในอนาคต รัฐบาลมีความตั้งใจให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง &nbsp;โดยในส่วนของการปรับอัตราค่าไฟฟ้าของบ้านที่อยู่อาศัย ที่ให้ผู้ที่ใช้ไฟมาก ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่า ที่อาจจะมีการทบทวน &nbsp;เพราะในที่สุด สิ่งที่รัฐบาลต้องทำเรื่องค่าไฟฟ้า มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกัน เช่น เรื่องของการแก้ปัญหาโรงไฟฟ้าที่มีรูปแบบสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ (สัญญาทาส) เช่น ที่ขายไฟฟ้าในรูปแบบแอดเดอร์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง &nbsp;รวมทั้งเรื่องของความสูญเสียในระบบที่เรียกว่า เป็น loss ในระบบ เหมือนสายส่งสายจำหน่าย หรือเรื่องไฟสาธารณะ ก็จะนำมาบวกในค่าไฟฐานและบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน &nbsp;ย้ำว่า เรื่องเหล่านี้ต้องจัดการใหม่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ</p>

<p>นอกจากนี้ ในมาตรการสำคัญในระยะต่อไป ต้องการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ คือ ประเภทที่ 9 หรือกลุ่ม Data Center ให้จ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่ากลุ่มอื่น &nbsp;เนื่องจาก Data Center เป็นกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมาก และต้องใช้ก๊าซนำเข้าที่มีราคาสูงในการผลิตไฟฟ้า &nbsp;ดังนั้นอัตราค่าไฟของกลุ่มนี้ จะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และอาจสูงกว่าค่าไฟบ้านเรือน เพื่อนำส่วนต่างมาช่วยอุดหนุน และลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับภาคประชาชนและอุตสาหกรรมในประเทศ</p>

<p>นายเอกนัฏ ยืนยันว่า ในส่วนของพลังงานสะอาดรัฐบาลจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างต่อเนื่อง &nbsp;โดยจะเร่งรัดกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนจากภาคประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ &nbsp;พร้อมทั้งชี้แจงว่ามาตรการสนับสนุนงบประมาณของรัฐ จะไม่ใช่การแจกเงินฟรี &nbsp;แต่เป็นการช่วยสนับสนุนเงินดาวน์ หรือลดดอกเบี้ยผ่านธนาคารของรัฐ เพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า / ที่จะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว/วรภัทร ภัททิยากุล nbt</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202606160ca4d6e0c9118bfc1f4152263ff93d53145442.jpg' type='image/jpg' length='77518' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกร. ไฟเขียว! คงสินค้า-บริการควบคุม 66 รายการ อีก 1 ปี ย้ำ “สินค้าควบคุม” ไม่ได้หมายถึงการควบคุมราคาทุกกรณี แต่มาตรการมีหลายระดับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลราคาให้เป็นธรรม ป้องกันสินค้าขาดแคลน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512834</link>
<guid isPermaLink="false">a6dd6e8ad20fd9e993a7bade2cffa515</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 12:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2Fe97cf491a7c181bfb2e2f1c7b062d0a9.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งการประชุมทบทวนสินค้าและบริการควบคุมรวมถึงการกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็น โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในด้านราคาสินค้าและค่าบริการ รวมทั้งป้องกันมิให้ราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆ สูงขึ้นโดยรวดเร็วเกินสมควรและให้ปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ</p>

<p>นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ติดตาม กำกับดูแลสถานการณ์ภาพรวมสำหรับสินค้าและบริการที่มีความจำเป็นและมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง โดยการกำหนดว่าสินค้าใดควรเป็นสินค้าและบริการควบคุม มีคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมและความสอดคล้องกับสถานการณ์ของสินค้าและบริการนั้นๆ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นลำดับแรก</p>

<p>การกำหนดสินค้าและบริการควบคุมในแต่ละปี ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สมาคมที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อนำข้อมูลด้านการผลิต การตลาด ต้นทุน และสถานการณ์การค้า มาประกอบการพิจารณาให้มาตรการกำกับดูแลมีความเหมาะสมมากที่สุด&nbsp;</p>

<p>นอกจากทบทวนรายการสินค้าและบริการควบคุมแล้ว ที่ประชุมยังพิจารณากำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะและสถานการณ์ของสินค้าและบริการนั้น ๆ โดยมีมาตรการกำกับดูแลหลายระดับตั้งแต่เข้มข้นสุด ได้แก่ การกำหนดราคาจำหน่ายสินค้าและบริการ การขออนุญาตปรับราคาจำหน่าย การขออนุญาตส่งออกสินค้าเกษตร การควบคุมการขนย้ายสินค้าเกษตร การให้แจ้งข้อมูลและแจ้งเปลี่ยนแปลงราคารับซื้อหรือจำหน่าย การจัดทำบัญชีคุมสินค้า ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับซื้อสินค้าเกษตร&nbsp;โดย กกร. จะเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมและจำเป็นที่สุดกับแต่ละสินค้า เพื่อให้การกำกับดูแลเกิดประสิทธิภาพ สร้างความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมรักษาสมดุลของระบบการค้าและเสถียรภาพด้านราคาในภาพรวม</p>

<p>สำหรับการทบทวนในปีนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คงการกำหนดสินค้าและบริการควบคุมจำนวน 66 รายการ ต่อเนื่องอีก 1 ปี พร้อมคงมาตรการแสดงราคาสินค้าและบริการทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยในจำนวน 66 รายการ มีสินค้าที่มีการปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของสินค้าแต่ละประเภท โดยสินค้าที่มีการปรับเพิ่มมาตรการ ประกอบด้วย</p>

<p>1. สินค้ามะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ และกากถั่วเหลือง เพิ่มมาตรการจัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามข้อมูลด้านราคา ปริมาณการซื้อขาย การนำเข้า การส่งออก และปริมาณคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;</p>

<p>2. สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มมาตรการควบคุมการขนย้าย</p>

<p>3. สินค้าเม็ดพลาสติก ปรับมาตรการการแจ้งข้อมูลให้ครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ที่กระทบต่อคนส่วนใหญ่</p>

<p>4. สินค้าหอมหัวใหญ่และกระเทียม เพิ่มมาตรการแจ้งข้อมูลการนำเข้าและ จัดทำบัญชีคุมสินค้า เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า การสวมสิทธิ์สินค้า และพฤติกรรมทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและราคาสินค้าในประเทศ</p>

<p>และสินค้าที่มีการปรับลดมาตรการ เนื่องจากสถานการณ์ด้านปริมาณและราคาเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เช่น ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ ยางพารา หน้ากากอนามัย และชุดตรวจ ATK ปรับมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยยังคงมาตรการที่จำเป็นต่อการคุ้มครองผู้บริโภคไว้ตามความเหมาะสม</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก เพื่อให้การกำกับดูแลสินค้าและบริการเป็นไปอย่างเหมาะสม สมดุล และไม่กระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรไทย</p>

<p>&ldquo;การเป็นสินค้าและบริการควบคุม ไม่ได้หมายถึงการใช้มาตรการในการควบคุมราคาจำหน่ายทุกกรณี แต่เป็นกลไกในการติดตามและกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน กระทรวงพาณิชย์จะสื่อสารทำความเข้าใจต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าและบริการควบคุมแต่ละรายการมีมาตรการกำกับดูแลแตกต่างกันตามลักษณะสินค้าและสถานการณ์ตลาด&rdquo; นางศุภจี กล่าว</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202606162fe69cba04efff4485c4aed2b3379516125758.jpg' type='image/jpg' length='126492' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["วราวุธ"  มั่นใจ ไทยช่วยไทยพลัส ดัน อุตสาหกรรมไทยครึ่งปีหลังโตต่อ หนุน  EV-AI-Data Center-SAF เครื่องยนต์ใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคเปลี่ยนผ่าน ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512796</link>
<guid isPermaLink="false">1c4041a637b5d1b69c42992c55c9e6a8</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 11:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2Febf4a019acc1f04acf0b8bac1c72ecd8.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ แต่กระทรวงอุตสาหกรรมยังเชื่อมั่นว่าภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม Industrial GDP ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขยายตัวร้อยละ 1.5-2.0 ขณะที่ทั้งปีคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 1.0-2.0 เนื่องจากแรงสนับสนุนจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ การบริโภคภายในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&nbsp;โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ที่มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.&ndash;30 ก.ย. 2569 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคภายในประเทศ ทำให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าเกษตรแปรรูป มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคการผลิตมีกำลังการผลิตสูงขึ้น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ช่วยพยุงการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งความต้องการสินค้าอาหารในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>

<p>&rdquo;วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เร่งให้ภาคการผลิตไทยปรับตัวสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่และพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และ Data Center ที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ AI ทั่วโลก อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และอุตสาหกรรมเหล็กยังมีศักยภาพเติบโตจากกระแสเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว&ldquo;</p>

<p>วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นแรงผลักสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สอดคล้องนโยบายรัฐบาล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ One Mind&nbsp;&nbsp;ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน การปรับปรุงกฎหมายและขั้นตอนอนุญาตให้มีความคล่องตัวขึ้น การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว พลังงานสะอาด ซึ่งไทยมีศักยภาพสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคอุตสาหกรรมและเอื้อต่อการลงทุน&nbsp;ทางกระทรวงอุตสาหกรรมยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก และปุ๋ยเคมี ยังคงมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตในระยะสั้น แต่ก็เป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมไทยในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจสีเขียวให้ก้าวผ่านความท้าทายและเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260616449a764c56f206a2c9ad71dbcc6eca6e112254.jpg' type='image/jpg' length='221160' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อัปเดท ยอดใช้จ่ายไทยช่วยไทยพลัสล่าสุดมียอดกว่า 31,000 ล้านบาท ใช้จ่ายผ่าน Food Delivery วันแรก กว่า 90 ล้านบาท]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512702</link>
<guid isPermaLink="false">826014be094c49fefb449f08eaaa60dd</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 10:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2Ff4e0ca5c9f87be7e5e325cd0dcb7edc6.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ &quot;ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)&quot; จาก ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. พบว่าจากผู้ได้รับสิทธิรวมทั้งสิ้น 26,040,623 ราย มียอดการใช้จ่ายรวม 31,640.95 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นยอดจากร้านค้าปกติ 31,549.27 ล้านบาท และยอดจากร้านค้าผ่าน Food Delivery Platform อีก 91.68 ล้านบาท โดยคิดเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่ายรวม 18,310.63 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนจ่ายเองรวม 13,330.32 ล้านบาท มีจำนวนผู้ใช้จ่ายสำเร็จทั้งสิ้น 25,059,183 ราย และมีจำนวนผู้ใช้จ่ายที่ใช้สิทธิครบ 1,000 บาท จำนวน 3,619,096 ราย ขณะที่ภาคผู้ประกอบการมีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมใช้งานจำนวนรวม 1,048,935 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 876,601 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ 172,334 ร้านค้า ซึ่งมีร้านค้าที่มีการใช้จ่ายสำเร็จแล้วรวม 1,004,616 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่อยู่ระหว่างรอกดยอมรับ T&amp;C อีก 102,483 ร้านค้า รวมถึงมีร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบอีกจำนวน 3,592 ร้านค้า/ปฏิพล&nbsp; สัทธพรมมา สวท.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202606163c9197942967b33545775b38e43d0bad100331.jpg' type='image/jpg' length='115349' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลชวนร้านค้าใช้ “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย ยอดใช้งานทะลุ 4 แสนครั้ง หนุนผู้ประกอบการใช้ข้อมูลพัฒนาค้าขาย]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512664</link>
<guid isPermaLink="false">84cfaf67f0b0fa06fdc9036d9b2c4318</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 08:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; AI ผู้ช่วยร้านค้าบนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยมียอดใช้งานสะสมมากกว่า 400,000 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารธุรกิจจริงในชีวิตประจำวัน</p>

<p>โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากการ Upskill/Reskill ภายใต้โครงการคนละครึ่ง พลัส ที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยข้อมูลการใช้งานล่าสุดพบว่า ร้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นกลุ่มที่ใช้งาน &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของผู้ใช้งานทั้งหมด สะท้อนความต้องการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อช่วยบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ</p>

<p>ข้อมูลการใช้งานยังแสดงให้เห็นพัฒนาการของผู้ประกอบการในการใช้ AI อย่างต่อเนื่อง โดยจากเดิมที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกสอบถามผ่านคำถามแนะนำของระบบ (Guideline) คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ปัจจุบันลดลงเหลือ 40% เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มพิมพ์คำถามและขอคำแนะนำด้วยตนเองมากขึ้น สะท้อนถึงความคุ้นเคยและความมั่นใจในการนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจ</p>

<p>ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ คำถามกว่า 40% เป็นเรื่องการสมัครเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ปัจจุบันผู้ประกอบการหันมาสอบถามประเด็นเชิงธุรกิจมากขึ้น อาทิ การตั้งราคา การจัดโปรโมชัน การบริหารต้นทุน และการจัดหาสินค้า ซึ่งสะท้อนถึงการนำข้อมูลมาใช้วางแผนและพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลยังมีแผนพัฒนาขีดความสามารถของ &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปรียบเทียบยอดขายกับร้านค้าประเภทเดียวกันในพื้นที่ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ และการเชื่อมต่อกับระบบ &ldquo;อารีย์สกอร์&rdquo; เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลมุ่งให้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว การตอบรับและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเข้าถึงประชาชนได้จริง และช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ&rdquo; นางสาวรัชดา กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news">https://www.thaigov.go.th/th/news</a></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260616f9638c6bb2730fef6e9840c344123ba1085516.jpeg' type='image/jpg' length='106466' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้ง War Room วิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512647</link>
<guid isPermaLink="false">6d1bb5ece6d7150627ff42ff369937c1</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 08:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F06%2F16%2F17e25aa01fc431355b77eadad5bf2ada.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>&nbsp;นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า สถานการณ์เอลนีโญ สร้างความกังวลในหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตรและแหล่งน้ำสำคัญ สำหรับภาพรวม ในปัจจุบันมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างชัดเจน ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และมีช่วงฝนทิ้งช่วงมากขึ้น ปริมาณน้ำที่จะไหลลงเขื่อนมีปริมาณน้อยกว่าปกติ ในพื้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีผลกระทบต่อพืชผลที่ใช้น้ำมาก เช่น ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดตั้ง War Room โดยมีมาตรการเชิงรุกและการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา เช่น จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 8 ศูนย์ทั่วประเทศ เฝ้าระวังและเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เตรียมเครื่องบินพร้อมปฏิบัติการจำนวน 26 ลำ และได้รับความร่วมมือจากกองทัพอากาศอีก 2 ลำ การจัดการแหล่งน้ำ ดำเนินการเติมน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมความพร้อมสำหรับฤดูฝนหน้า และเร่งปฏิบัติการในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพื่อลดความเสียหายต่อพืชผลของเกษตรกร&nbsp;</p>

<p>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังได้ให้ความมั่นใจกับเกษตรกร ว่า กรมฝนหลวงฯ มีความพร้อมและจะเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เกษตรกรสามารถขอความช่วยเหลือผ่านอาสาสมัครฝนหลวงที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 4,000 อัตรา หรือทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงได้ทันที/นภสร แก้วคำ&nbsp; สวท.</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202606169d31ef109a8f675d894690986372cfed084324.jpg' type='image/jpg' length='148072' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เปิดสั่งเดลิเวอรี “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดบ่ายนี้ยอดพุ่ง ด้านผู้ประกอบการขานรับช่วยกระตุ้นยอดขาย]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/512566</link>
<guid isPermaLink="false">c347ef81ae6a9f90aaa45907e00d1326</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 16:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="image" src="https://www.prd.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20260615d8e769a688d12e810bedddb6222233c1102701.png" /></p>

<p>เปิดสั่งเดลิเวอรี &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; คาดบ่ายนี้ยอดพุ่ง ด้านผู้ประกอบการขานรับช่วยกระตุ้นยอดขาย</p>

<p>บรรยากาศวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ 4 ราย ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่จังหวัดยะลา ในช่วงเช้าที่ผ่านมายังคงไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการเดินทางไปทำงานและส่งบุตรหลานไปโรงเรียน จึงนิยม แวะซื้ออาหารจากหน้าร้านโดยตรง อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงหลังเที่ยง กลุ่มข้าราชการและพนักงานออฟฟิศจะเริ่มสั่งซื้ออาหารผ่านระบบเดลิเวอรีเพิ่มมากขึ้น</p>

<p>สำหรับภาพรวมการใช้จ่ายผ่านการสแกนสิทธิ์ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; ณ หน้าร้าน พบว่าประชาชนยังคงเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทว่ามีประชาชนบางส่วนที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์สั่งอาหารผ่านระบบเดลิเวอรีในวันนี้ได้ เนื่องจากได้ใช้จ่ายวงเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเต็มจำนวน 1,000 บาทของเดือนนี้ไปแล้วก่อนหน้านี้</p>

<p>ด้าน นางวนิดา สุนทรวาที เจ้าของร้าน &quot;โรตีบังบ่าว&quot; เปิดเผยว่า &quot;โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้า เพราะช่วยลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันได้ สำหรับวันแรกของการเปิดระบบเดลิเวอรี ทางร้านเข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์ม LINE MAN ซึ่งสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชันไทยช่วยไทยได้โดยตรง เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้นอย่างมาก เพราะหากไม่มีโครงการนี้ ยอดสั่งซื้อค่อนข้างซบเซา การที่รัฐบาลสนับสนุนในสัดส่วน 60:40 ถือเป็นโครงการที่ดีและช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนได้จริง&quot;</p>

<p>โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะร่วมจ่าย (Co-payment) ระหว่างรัฐบาลและประชาชนในสัดส่วน 60 : 40 (รัฐบาลสนับสนุน 60% และประชาชนสมทบ 40%) ระยะเวลาโครงการรวม: 1 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 (ใช้สิทธิ์หน้าร้านได้เวลา 06.00 &ndash; 23.00 น.)ระยะเวลาสิทธิ์เดลิเวอรี: เริ่ม 15 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 (ใช้งานได้เวลา 06.00 &ndash; 21.00 น.)</p>

<p>ขั้นตอนการสั่งซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี (ตัวอย่าง: GrabFood) เข้าแอปพลิเคชัน Grab กดเลือกไอคอน &lsquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rsquo; เลือกร้านอาหารที่ต้องการ และกดเปิดใช้สิทธิ์ผ่านแอปฯ &lsquo;เป๋าตัง&rsquo; กดแบนเนอร์ &lsquo;ฟู้ดเดลิเวอรี&rsquo; ในแอปฯ เป๋าตัง แล้วเลือก GrabFood (สังเกตแถบสถานะสีเขียวเพื่อยืนยันการเปิดใช้งาน) ชำระค่าจัดส่งและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ บนแอปฯ Grab ชำระค่าอาหารผ่านแอปฯ เป๋าตัง ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 5 นาที</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.prd.go.th/th/">https://www.prd.go.th/th/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202606156c5fcd689a8fcd5321ddf7586f595ab6162336.png' type='image/png' length='206898' />
</item>
</channel>
</rss>
