<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ขยายผล IOC สปท.4]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/799</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/799" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคึกคักรับเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท ด้าน "ออมสินยะลา" แห่ยืนยันตัวตน รัฐย้ำชัดโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เริ่มใช้สิทธิวันแรก]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/547308</link>
<guid isPermaLink="false">aa2a29d96fadbf92ac509f42adbb7694</guid>
<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 09:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F10%2F01%2Fbb9b93f9c1936b204b35d9bc8e015987.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>บรรยากาศการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นไปอย่างคึกคัก หลังรัฐบาลโอนวงเงินช่วยเหลืออุปโภคบริโภค 1,000 บาทต่อคน (ประกอบด้วยวงเงินปกติ 300 บาท และเงินบวกเพิ่ม 700 บาท) เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นวงเงินประเภทใช้ได้ภายใน 1 เดือน ไม่สามารถสะสมได้ ส่งผลให้ประชาชนต่างเดินทางออกไปจับจ่ายใช้สอยตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ เช่น ที่ห้างแฟมิลี่ ซึ่งมีสินค้าอุปโภคบริโภคให้เลือกซื้ออย่างหลากหลาย</p>

<p>อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ถือบัตรบางราย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทะเบียนใหม่ ประสบปัญหาไม่สามารถใช้จ่ายได้ทันที เนื่องจากต้องดำเนินการยืนยันตัวตนก่อน พนักงานห้างผู้ให้บริการระบุว่า ขั้นตอนการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันจะมีการแยกระหว่างการใช้ผ่านแอป &quot;เป๋าตัง&quot; และ &quot;ถุงเงิน (ร้านค้า)&quot; หากผู้ใช้บริการไม่สะดวกเดินทางไปที่ธนาคาร สามารถเลือกยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังด้วยการสแกนใบหน้าได้ ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานรายใหม่ ขณะที่กลุ่มผู้ถือบัตรรายเดิมส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาในการใช้งาน</p>

<p>ในส่วนของบรรยากาศที่ธนาคารออมสิน สาขายะลา มีประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งไม่มีสมาร์ทโฟนหรือไม่สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยตนเองได้ ทยอยเดินทางมาติดต่อเพื่อยืนยันตัวตนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ผู้ถือบัตรรายเดิมรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนเดินทางมาติดต่อที่ธนาคารเนื่องจากเมื่อไปซื้อสินค้าแล้วพบว่ายังไม่ได้รับวงเงิน จึงต้องมาตรวจสอบความถูกต้องและยืนยันตัวตนตามขั้นตอน</p>

<p>ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ออกมาชี้แจงถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม)&rdquo; ซึ่งเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยมีข้อเน้นย้ำสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการดังนี้ ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ (ผ่านแอปฯ เป๋าตัง) ให้ อัปเดตแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; เป็นเวอร์ชันล่าสุด เปิดใช้งาน G Wallet และกดแบนเนอร์โครงการเพื่อกดยอมรับหลักเกณฑ์เงื่อนไข พร้อมยืนยันการลงทะเบียนรับสิทธิ ระหว่างวันที่ 1&ndash;15 ตุลาคม 2569 (กดเพียงครั้งเดียวไม่ต้องทำซ้ำทุกครั้งที่ใช้สิทธิ) จากนั้น สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม &ndash; 30 พฤศจิกายน 2569 เวลา 06.00&ndash;23.00 น. โดยต้องเติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ</p>

<p>ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน) ให้ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; เป็นเวอร์ชันล่าสุด กดแบนเนอร์โครงการเพื่อยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเปิดรับชำระค่าสินค้าและบริการตามเงื่อนไข ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องเข้ามากดยืนยันหรือกดยอมรับเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติม หากเป็นผู้ผ่านเกณฑ์จะได้รับวงเงินเข้าบัตรโดยอัตโนมัติ และสามารถนำไปใช้จ่ายตามประเภทและเงื่อนไขของวงเงินที่ได้รับทันที</p>

<p>ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนแยกแยะขั้นตอนให้ชัดเจนระหว่างผู้ใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังที่ต้องกดยืนยันรับสิทธิภายในวันที่ 1-15 ตุลาคม นี้ กับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับวงเงินเข้าบัตรอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202610021f7a141929805e14aeac42750000b61c095326.jpg' type='image/jpg' length='217234' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. เปิดลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่ กรุงเทพ - 65 จังหวัด ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/547299</link>
<guid isPermaLink="false">8215dee33c4df1e8e74589bb05a69f94</guid>
<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 09:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F10%2F02%2F5aacd4de673ea3f0369b4dfe62387f70.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>เริ่มวันที่ 2 ต.ค. นี้ วันแรกกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบบลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม ในพื้นที่ &lsquo;กรุงเทพ - 65 จังหวัด&lsquo; ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; เริ่มตั้งแต่ 8.00 น.</p>

<p>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเปิดระบบลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งเกิดในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม &ndash; 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป หรือยื่นคำร้องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ /สำนักเขตใน กทม. พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์ช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี 4 กรณี ดังนี้</p>

<p>1.กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย</p>

<p>2.กรณีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ขึ้นไป</p>

<p>3.กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบ จนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ขึ้นไป</p>

<p>4.กรณีที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ขึ้นไป&nbsp; โดยครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ดังนี้</p>

<p>กระบี่ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ตรัง ตราด นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครสวรรค์ นนทบุรี น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พังงา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อ่างทอง อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี รวมถึงกรุงเทพมหานคร</p>

<p>ทั้งนี้ ผู้ขอรับความช่วยเหลือต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้ง ต่อ 1 หลังคาเรือน ครอบคลุมบ้านที่มีทะเบียนบ้าน บ้านเช่า โดยผู้เช่าเป็นผู้รับเงิน และที่อยู่อาศัยประจำอื่น ๆ แม้ไม่มีทะเบียนบ้าน</p>

<p>สำหรับการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นคำร้องได้ 2 ช่องทาง ได้แก่</p>

<p>1.ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; ระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันที และประชาชนสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป</p>

<p>2.ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ /สำนักงานเขตในพื้นที่ กทม. โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261002d857206826bd1e3e519e8662004ec7bd094343.jpg' type='image/jpg' length='216096' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งการบูรณาการใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ย้ำทุกจังหวัด เตรียมรับมือพายุฝนวันที่ 4-5 ตุลาคม นี้]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/547296</link>
<guid isPermaLink="false">05b82dafcd12adeef6de28f9aeb62e6b</guid>
<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 09:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F10%2F02%2Fa328cd9028b26375192f050fedd8a0de.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้เริ่มปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โดยทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการตามภารกิจในพื้นที่วิกฤตอย่างเร่งด่วน มีการบูรณาการความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างครอบคลุม และทั่วถึง ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานสื่อสารและประเมินสถานการณ์โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพ ลดความคลาดเคลื่อน ความกังวล และป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน</p>

<p>พร้อมกันนี้ จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในช่วงวันที่ 4 - 5 ตุลาคม นี้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุฝน ครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศ จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และทุกหน่วยงานจัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกำลังบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ อาหาร ศูนย์พักพิง เครื่องอุปโภคบริโภค และแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้มีความพร้อมขั้นสูงสุดในการเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที/ศักดิ์สิทธิ์&nbsp; ประดับศิลป์&nbsp; สวท.</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202610029434f827105e054376073615cc5106d6094004.jpg' type='image/jpg' length='104313' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรประสบอุทกภัยพื้นที่ 54 จังหวัด พร้อมกำหนดอัตราเยียวยาใหม่ปี 2569 และเตรียมเมล็ดพันธุ์ฟื้นฟูภาคการเกษตรหลังน้ำลด]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/547293</link>
<guid isPermaLink="false">d314d58c1c9f7e4ff479427a6ca16120</guid>
<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 09:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F10%2F02%2Fcfc2fbdba5f3a325fc22156eebfe4ac1.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นางสาวพรชาตา บุสสุวัณโณ ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยว่า ขณะนี้ด้านพืชได้รับผลกระทบ 54 จังหวัด พื้นที่ประมาณ 1,400,000 ไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 150,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว โดยสำรวจพบพื้นที่เสียหายจริงประมาณ 170,000 ไร่ เกษตรกรกว่า 20,000 ราย และให้ความช่วยเหลือแล้วกว่า 600 ราย วงเงินประมาณ 3,600,000 บาท</p>

<p>ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับทุกหน่วยงานเร่งติดตามสถานการณ์และช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยกรมชลประทานติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง บริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องมือเร่งระบายน้ำ และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง โดยอัตราช่วยเหลือด้านพืช ได้แก่ ข้าว ไร่ละ 2,240 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 3,180 บาท และไม้ผล ไม้ยืนต้น ไร่ละ 6,800 บาท ส่วนด้านปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัด เกษตรกรประมาณ 35,000 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบประมาณ 3,900,000 ตัว ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าว มอบให้เกษตรกรเพื่อฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด</p>

<p>สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ประกาศเขตภัยพิบัติ สามารถแจ้งความเสียหายได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัด ส่วนด้านปศุสัตว์และประมง แจ้งได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอและสำนักงานประมงอำเภอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาช่วยเหลือตามขั้นตอน พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากภาครัฐและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด/วาสนา&nbsp; เงินทูล</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261002124c33b209a8bdf09633abc72ba93029093531.jpg' type='image/jpg' length='106635' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติงบกลาง 4,000 ล้านบาท ช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมวางแผนเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/546310</link>
<guid isPermaLink="false">6e378bae3876029c47452f51d631694c</guid>
<pubDate>Tue, 29 Sep 2026 16:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F09%2F29%2F14c230b415048115e9c168c4a2299ef7.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน ปี 2569 โดยใช้งบกลางที่เหลืออยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ตั้งเป็นเงินสำรองสำหรับช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ คาดว่าจะเพียงพอสำหรับการช่วยเหลือเยียวยา และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยการช่วยเหลือเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่กำหนด และหน่วยงานในพื้นที่ต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณา&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบหมายผู้รับผิดชอบดูแลสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้การสั่งการและประสานงานมีความชัดเจน ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบภาคกลาง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รับผิดชอบภาคเหนือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบภาคตะวันออก และ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี เพื่อกำกับ สั่งการ และประสานงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ในนามนายกรัฐมนตรี&nbsp;ขณะที่การช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน รัฐบาลได้ระดมอาหาร ถุงยังชีพ และจัดตั้งโรงครัวในพื้นที่ประสบภัย พร้อมหารือว่าที่ปลัดกรุงเทพมหานครและอธิบดีกรมชลประทาน เร่งสูบน้ำและผันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบโครงการระบายน้ำชัยนาท&ndash;ป่าสัก&ndash;อ่าวไทย วงเงินกว่า 165,000 ล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ โดยมีเงินกู้ร่วมด้วย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง จะหารือรายละเอียด พร้อมเตรียมปรับหลักเกณฑ์ให้ท้องถิ่นสามารถสร้างแก้มลิง เพื่อกักเก็บและผันน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง/ปุริมปรัชญ์ โสภาภาค สวท.ส่วนกลาง</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202609299b58483353ddd94cec0c9be556ed1d19162526.jpg' type='image/jpg' length='110245' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลตั้ง “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม” ประชาชน-ผู้ประกอบการ ติดต่อได้ที่ 1689]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/546081</link>
<guid isPermaLink="false">f97fda0188e6e141851d0c27c2bf26c2</guid>
<pubDate>Tue, 29 Sep 2026 11:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F09%2F29%2Feaa45bd3d2a6dc781ff372b9383f35fb.png&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>กระทรวงการคลัง จัดตั้ง &ldquo;ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม&rdquo; ณ กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นจุดรับเรื่อง ให้ข้อมูล และประสานความช่วยเหลือแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยรวบรวมมาตรการและช่องทางช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในจุดประสานงานเดียว ศูนย์ฯ ประสานการทำงานกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 7 แห่ง ได้แก่</p>

<p>- ธนาคารออมสิน&nbsp;</p>

<p>- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)&nbsp;</p>

<p>- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)&nbsp;</p>

<p>- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;</p>

<p>- ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;</p>

<p>- ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;</p>

<p>- บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)</p>

<p>รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยจะให้ข้อมูลและความช่วยเหลือด้าน มาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง-ฟื้นฟูกิจการ สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ตลอดจนข้อมูลสิทธิและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมรับเรื่องและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามปัญหาของแต่ละราย</p>

<p>ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม (ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกระทรวงการคลัง) เวลาทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 &ndash; 16.00 น.&nbsp;โทร 1689 กด 1 หรือ 4 เพื่อสอบถามมาตรการ แจ้งปัญหาในการขอรับความช่วยเหลือ หรือขอให้ศูนย์ฯ ช่วยประสานงานให้ต่อไป</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260929efe79d79c6e630fe181e6f7951b7aa2c111046.jpg' type='image/jpg' length='136748' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมชลฯ แจ้งเตือน 3 จังหวัดเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมรับระดับน้ำสูงขึ้น]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/545978</link>
<guid isPermaLink="false">51317f4bd9a9ad757aee57e8667288e9</guid>
<pubDate>Tue, 29 Sep 2026 08:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F09%2F28%2F7ac9a416edfb777986ad4ec4a2124ad7.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 วันที่ 28 กันยายน 2569 หลังฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลวันที่ 28 ก.ย.69 เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,904 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 2,000-2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา (Side Flow) คาดว่าจะมีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,200&ndash;2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที</p>

<p>ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างยังมีภาวะน้ำท่วมขัง และชุมชนริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำบางแห่งได้รับผลกระทบ กรมชลประทานจึงจำเป็นต้อง ชะลอน้ำไว้ในพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็นการชั่วคราว เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และควบคุมไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น แต่จะควบคุมไม่ให้เกินระดับ +18.00 เมตร รทก.</p>

<p>พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท กรมชลประทานขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำ เช่น งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง และแพร้านอาหาร ยกของขึ้นที่สูง เตรียมป้องกันทรัพย์สิน และติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานจะติดตามปริมาณน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้มากที่สุด</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260929a0566c64f30858420f54b35466f0fd65083138.jpg' type='image/jpg' length='145982' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ศุภจี–ไชยชนก" เผย สถาบันการเงิน/กองทุน ชั้นนำของสหรัฐ ฯ มองไทยเป็นตลาดโดดเด่นในเอเชีย นโยบายยึดความเป็นกลางทางเศรษฐกิจการเมือง]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/544326</link>
<guid isPermaLink="false">dbd7ede91ae63035d954e00ccb7e0b4d</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 16:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F09%2F23%2Faa5f05fde0b517b531041a30812a7c52.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยผลการร่วมหารือ ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนักลงทุนและผู้บริหารสถาบันการเงิน กองทุนชั้นนำของสหรัฐ ฯ&nbsp; &nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไทย นโยบายด้านการลงทุน ตลอดจนโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในระยะต่อไป</p>

<p>นางศุภจี กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงนโยบายและศักยภาพของประเทศไทย โดยนำเสนอพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและตลาดทุน รวมถึงผลการดำเนินงานและอันดับต่าง ๆ ของประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนศักยภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีการเติบโตและได้รับความสนใจจากนักลงทุน พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ประเทศไทย</p>

<p>นักลงทุนให้ความสนใจต่อทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงจีน โดยนางศุภจีได้ชี้แจงว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายที่มีความสมดุล มุ่งสร้างประโยชน์ร่วมกัน และไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าทุกฝ่าย</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว&rdquo;&nbsp; นางศุภจีเน้นย้ำ</p>

<p>โอกาสนี้&nbsp; นักลงทุนยังให้ความสนใจถึงแนวนโยบายของประเทศไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</p>

<p>ขณะที่ นายไชยชนก กล่าวว่า การหารือในวันนี้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยี รวมทั้งไทยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาความร่วมมือกับภาคการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน</p>

<p>นายไชยชนก อธิบายประเด็นความกังวลของนักลงทุนภาคเทคโนโลยีต่อการเข้าสู่สังคมสูงวัยและอัตราการเกิดไทยที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนแรงงานในอนาคตว่า ความท้าทายดังกล่าว กลายเป็นโอกาสของประเทศไทยเพราะไทยจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดข้อจำกัดด้านกำลังแรงงาน พร้อมทั้งยกระดับทักษะของบุคลากรให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026092308588dad7bf167f4ca65742ae3e42755163636.jpg' type='image/jpg' length='129040' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. แจ้ง 70 จว. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง วันนี้ - 27 ก.ย. นี้ ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/544306</link>
<guid isPermaLink="false">0271974d3dc849597d66862c51104175</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F09%2F23%2F23e66f7034c90fe534048bedbd64415a.jpg&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 70 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 23 - 27 ก.ย. 69 โดยจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งและพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างเคร่งครัด</p>

<p>สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ได้แก่&nbsp;</p>

<p>-ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ทุกจังหวัด</p>

<p>-ภาคใต้ จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ระนองพังงา ภูเก็ต และจังหวัดนราธิวาส</p>

<p><strong>พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง</strong></p>

<p>- ภาคกลาง จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี (อำเภอเมืองชลบุรี ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง และอำเภอสัตหีบ) จังหวัดระยอง (อำเภอเมืองระยอง บ้านฉาง และอำเภอแกลง) จังหวัดจันทบุรี (อำเภอนายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ และอำเภอขลุง) จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง และอำเภอเกาะกูด) จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอเมืองเพชรบุรี บ้านแหลม ท่ายาง และอำเภอชะอำ) และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ทุกอำเภอ)&nbsp;</p>

<p>- ภาคใต้ จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร (อำเภอเมืองชุมพร ปะทิว สวี ทุ่งตะโก หลังสวน และอำเภอละแม) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ไชยา ท่าชนะ ท่าฉาง พุนพิน ดอนสัก กาจญจนดิษฐ์ เกาะสมุย และอำเภอเกาะพงัน) และจังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขนอม สิชล ท่าศาลา ปากพนัง และอำเภอหัวไทร)&nbsp;</p>

<p>พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับและพลัน ระดับน้ำล้นตลิ่ง และท่วมขังในพื้นที่ลุุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำวังทอง จังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี แม่น้ำนครยานก จังหวัดนครยานก แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี คลองพระสทึงและคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี คลองกะเปอร์ จังหวัดระนอง แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส</p>

<p>พื้นที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75 -1.25 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ จังหวัดชัยนาท (อำเภอสรรพยา) จังหวัดสิงห์บุรี (อำเภออินทร์บุรี) จังหวัดอ่างทอง (อำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอวิเศษชัยชาญ) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาลพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และอำเภอบางไทร) และจังหวัดปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก)&nbsp;</p>

<p>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 70 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งและพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>

<p>สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรงให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเล ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงคลื่นลมแรงโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวัง ในการเดินเรือหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมกันนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้พร้อมรับรองผู้อพยพเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202609234efd679e3863248b36e7dc8db4d7d724160232.jpg' type='image/jpg' length='180597' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไฟเขียว ทบทวนเกณฑ์ "สวัสดิการแห่งรัฐ ปี 69" ลดเงื่อนไขที่อาจทำคนเดือดร้อนหลุดสิทธิ ประกาศผล 30 ก.ย.69]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/799/iid/544057</link>
<guid isPermaLink="false">f70f08f00a6b28e06548a1cd99e8f0db</guid>
<pubDate>Wed, 23 Sep 2026 08:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="pic" src="https://thainews.prd.go.th/_next/image/?url=https%3A%2F%2Fnnt-storage-thainews.prd.go.th%2Fmedia-news%2Fraw%2F2026%2F09%2F23%2F32b19125fb2cc13b909e9c1a781fe362.png&amp;w=3840&amp;q=75" /></p>

<p>เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 ครม.เห็นชอบทบทวนหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนของประชาชน หลังพบว่าหลักเกณฑ์เดิมบางประการอาจทำให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ พร้อมทั้งปรับแนวทางตรวจสอบเกณฑ์หนี้สินให้สะท้อนภาระหนี้ที่แท้จริงมากขึ้น</p>

<p>ขณะนี้ สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว มีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิ 5,011,678 คน จะนำข้อมูลไปตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งตามหลักเกณฑ์ที่ทบทวนใหม่ และประกาศผลการตรวจสอบในวันที่ 30 ก.ย.69 ผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่อย่าลืมยืนยันตัวตนผ่านแอปฯเป๋าตัง หรือ 5 ธนาคาร เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 ต.ค.69</p>

<p>ที่มา : NBT CONNEXT</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260923299d4141c6189f096203a2aa1c174bea082905.jpg' type='image/jpg' length='159417' />
</item>
</channel>
</rss>
