<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวรอบภูมิภาค สปท.4]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[พม. MOU ขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507590</link>
<guid isPermaLink="false">8166f1fa586963309185595d1e7e35b6</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 09:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/290569_0911.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนำร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ (Pride City Network)โดยการลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อยกระดับจังหวัดให้เป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียม ปลอดภัย และมีความพร้อมในทุกมิติสู่มาตรฐานสากล เพื่อการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพระดับโลก World Pride 2030 ของประเทศไทยหากสำเร็จจะเป็นครั้งแรกที่งานระดับโลกนี้จะถูกจัดขึ้นบนพื้นที่ทวีปเอเชีย เนื่องจากกรุงเทพมหานคร ถูกนำเสนอในฐานะ &ldquo;เมืองที่ให้คุณได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง&rdquo; (The city that lets you be yourself)และกลุ่ม LGBTQ+ ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีกำลังซื้อสูงมีความถี่ในการเดินทางบ่อย และระยะเวลาพำนักยาวนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งตลาดท่องเที่ยวของชาว LGBTQ+ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับประเทศไทยการจัดงาน Pride Month ในแต่ละปีสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 - 10,000 ล้านบาทนอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงาน &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; ระหว่างวันที่ 1 - 7 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดกว้าง เคารพในความหลากหลาย ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม และยกระดับเทศกาล Pride ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล เป็นมิตร ปลอดภัย ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความเท่าเทียม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026052974224b46b3b1bbd1da697942b054de47091851.jpg' type='image/jpg' length='139064' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย - เวียดนาม สัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมมือเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507586</link>
<guid isPermaLink="false">69fc8c65999ffc0540aeab0cc589ab3d</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 09:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/290569_0910.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27 &ndash; 28 พฤษภาคม 2569 พร้อมร่วมเปิดงาน Thailand&ndash;Viet Nam Business Forum 2026 ภายใต้แนวคิด &ldquo;Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand&ndash;Viet Nam Relations&rdquo;เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย&ndash;เวียดนาม และตอกย้ำการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยและเวียดนามเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน ที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจเกื้อกูลกัน และพร้อมร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต ผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยย้ำแนวคิด &ldquo;Three Connects&rdquo; ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนซึ่งได้เปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย&ndash;เวียดนาม ภายใต้แนวคิด &ldquo;Growing Together&rdquo; หรือ &ldquo;เติบโตไปด้วยกัน&rdquo; สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศนอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ การทำประมงผิดกฎหมาย การส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของทั้งสองประเทศและภูมิภาคอาเซียนในอนาคตโดยนายกรัฐมนตรีได้เลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโต เลิม ภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนมิตรภาพที่ใกล้ชิดระหว่างผู้นำไทยและเวียดนาม และความผูกพันทางประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยเคยเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ปัจจุบันยังมีอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ 3 แห่ง ที่จังหวัดอุดรธานี นครพนม และพิจิตร ที่สำคัญ &ldquo;อาหาร&rdquo; &ldquo;วัฒนธรรม&rdquo; และ &ldquo;การท่องเที่ยว&rdquo; ยังเป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าหากัน อาหารเวียดนามได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยขณะที่ละครและซีรีส์ไทยได้รับความนิยมในเวียดนาม และช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาเยือนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260529e8c25d9a51acc4aa86c6de0fd075d587091713.jpg' type='image/jpg' length='101463' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผลตอบรับดี]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507270</link>
<guid isPermaLink="false">cee1631cebefee7a3b61dacd2e5a1151</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/280569_0957.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยินดีที่โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส60/40&rdquo; ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจผลักดัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังเปิดลงทะเบียนวันแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนกว่า 25 ล้านสิทธิ ขณะนี้ยังเหลือสิทธิ 4,573,964 สิทธิให้ประชาชนลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 รัฐบาลสนับสนุนเงินร่วมจ่าย 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนประชาชน ร่วมจ่าย 40% หรือต้องเติมเงินเพิ่ม 133 บาทต่อวัน หรือประมาณ 667 บาทต่อเดือน และต้องใช้จ่ายภายในเดือนไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชิญชวนร้านค้าโดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯขณะนี้มีร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 1,000,796 ร้านค้า ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 กระทรวงการคลังจะนำ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; มาช่วยร้านค้าบริหารต้นทุน ทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อให้ร้านค้าขายของได้มากขึ้น ซึ่งร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; และ ใช้ AI สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นถึง 100 - 200%ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งเตือนประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)&rdquo; ขอให้ประชาชน ยึด &ldquo;หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2. ไม่เชื่อ 3. ไม่รีบ และ 4. ไม่โอน&rdquo; ประชาชนสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ที่แอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; เท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ด้านผู้ประกอบการใหม่ที่สนใจเข้าร่วมต้องสมัครผ่าน ธ.กรุงไทย ทุกสาขาเท่านั้น หน่วยงานรัฐไม่มีการส่ง SMS หรือลิงก์ เพื่อให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605287376551cbf5bca6aeb10ebde764a65cc101021.jpg' type='image/jpg' length='142150' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เปิดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2026 คาดเงินสะพัดกว่า 130,000 ล้านบาท]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/507265</link>
<guid isPermaLink="false">0fb77b4902fae49cef5dbec429bd1448</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/280569_0956.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดงานแสดงสินค้าอาหาร 2569 (THAIFEX - ANUGA ASIA 2026) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจรและมีบทบาทสำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด &ldquo;Beyond Food Experience&rdquo; ระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 18.00 น.ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 1 - 3 อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 และอิมแพ็ค เอ็กซิบิชัน เซ็นเตอร์ อาคาร 5 &ndash; 12เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ได้มาเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดความร่วมมือในระยะยาว กับผู้จัดแสดงสินค้าจากไทยและต่างชาติ รวม 56 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยกระดับงานให้ &ldquo;ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น เข้มข้นขึ้น&rdquo; ทั้งในด้านจำนวนผู้เข้าร่วมงาน เทรนด์อาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และโอกาสทางธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเปิดจำหน่ายสินค้าปลีกสำหรับประชาชนทั่วไปในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569คาดว่าการจัดงานจะสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 130,000 ล้านบาท นายกรัฐมนตรี ย้ำว่างานนี้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐบาล ภาคธุรกิจ นักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารร่วมกันประเทศไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนานในฐานะ &ldquo;ครัวของโลก&rdquo; และปัจจุบันไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็น &ldquo;ศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตของโลก&rdquo; ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน สุขภาพ และความเชื่อมั่นด้านคุณภาพอาหาร โดยจุดแข็งของไทยมีทั้งทรัพยากรทางการเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบการผลิตอาหารที่เข้มแข็ง มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และความสามารถในการเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม อีกทั้งรัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฟังก์ชัน โปรตีนทางเลือก การผลิตที่ยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลโลกและประชาชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260528d47f40d3692ea8c475ba641d04edd9fe100838.jpg' type='image/jpg' length='150618' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ ให้ ขสมก. ใช้พื้นที่ของ รฟม. เป็นที่จอดรถโดยสารประจำทาง EV]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506939</link>
<guid isPermaLink="false">fae766ac417661123f772844a03e8f44</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 10:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/270569_1050.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อเป็นที่จอดรถประจำทางและกิจการสาธารณูปโภค จำนวน 3 แห่ง ได้แก่1. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุง สถานีคลองบางไผ่ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม 2. พื้นที่บริเวณลานจอดแล้วจร สถานีเคหะฯ โครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ 3. พื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวางโดยให้คิดค่าตอบแทนการใช้พื้นที่ตามที่ตกลงกันที่กระทรวงคมนาคม เสนอ เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นอู่จอดรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ของ ขสมก. ระยะเช่า 8 ปี นับตั้งแต่ส่งมอบพื้นที่ซึ่งคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่17 มิถุนายน 2568 อนุมัติให้ ขสมก. เช่ารถโดยสารประจำทาง EV จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถโดยสารเดิมของ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 - 30 ปี สำหรับประโยชน์ของการเปิดพื้นที่ของ รฟม. ให้ ขสมก. ใช้เป็นอู่จอดรถโดยสารประจำทาง EV เป็นการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์และพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ รฟม. ให้เกิดประโยชน์เพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า สร้างรายได้ ให้กับ รฟม. ให้บริการประชาชนและเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะเพิ่มมากขึ้น โดย ขสมก. มีแผนลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่และรับมอบพื้นที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับปรุงพื้นที่ประมาณ 1 ปี และกำหนดการรับมอบรถงวดที่ 1 ในเดือนเมษายน 2570</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605278cf008213a4f28b5a1987dcb718fc975105945.jpg' type='image/jpg' length='131563' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เฟส2”]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506937</link>
<guid isPermaLink="false">2dc00c45b32d54aa65294e32fcc1e1f1</guid>
<pubDate>Wed, 27 May 2026 10:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/270569_1049.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการดำเนินงาน &ldquo;โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2&rdquo; พ.ศ. 2569&ndash;2582 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเสนอ พร้อมอนุมัติงบประมาณรวม 2,037.96 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเพิ่มศักยภาพทักษะความเป็นครูและบริหารจัดการโครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 1 เพื่อผลิตครูในสาขาและพื้นที่ที่ขาดแคลนให้กับหน่วยงานผู้ใช้ครู ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ กรุงเทพมหานคร ได้อย่างมีคุณภาพโดยมุ่งพัฒนาครูให้มีทักษะและสมรรถนะสูง ทั้งด้านวิชาชีพครู ภาษาอังกฤษ และการใช้เทคโนโลยี และยกระดับทักษะ สมรรถนะ และความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางของโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment: PISA) ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพสูงจำนวน 16,033 คน รวม 9 รุ่น เริ่มรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 - 2578 เมื่อสำเร็จการศึกษาและผ่านเกณฑ์แล้ว จะได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการครูในพื้นที่ภูมิลำเนา หรือพื้นที่อื่นตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู โดยมีเงื่อนไขต้องไม่ขอโยกย้ายเป็นระยะ เวลา 5 ปี ซึ่งจะเริ่มบรรจุเข้ารับราชการครูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2574 - 2582 โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบการผลิตครูและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างมากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาครูขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลได้ตรงจุดแล้วยังเป็นกลไกหลักในการสร้างครูยุคใหม่ที่มีสมรรถนะสูง พร้อมเปลี่ยนแปลงห้องเรียนและยกระดับขีดความสามารถของเยาวชนไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026052715bcc9096af92720d3a43445a5ff6e48105800.jpg' type='image/jpg' length='97369' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไชยชนก เคาะ 4 มาตรการเชิงรุก สกัด Live สด อนาจาร คอนเทนต์เถื่อน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506524</link>
<guid isPermaLink="false">b5096395b3a631161a2fbd50f5d95133</guid>
<pubDate>Tue, 26 May 2026 10:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/260569_1024.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลการหารือการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live สด อนาจารภายหลังประชุมร่วมกับคลารา โก๊ะ Director of Public Policy, Central Southeast Asia &amp; ASEAN ของ Meta (บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนด 4 มาตรการดังนี้1. กระทรวงดีอี ETDA รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดและส่งต่อให้กับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อดำเนินการผู้ที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 2. เร่งรัดการปรับหลักเกณฑ์การดูแลแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย และปิดกั้นเนื้อหาที่ผิดกฎหมายทันที หากเพิกเฉย อาจเข้าข่ายมีความผิดร่วม 3. ร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ META เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุก4. เตือนประชาชนว่าการกดไลก์ หรือแสดงความคิดเห็น ถือเป็นการส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ในทางอ้อม แม้การดูสื่อลามกอนาจาร หรือการกดไลก์ อาจไม่มีความผิด แต่หากมีการกดแชร์ หรือส่งต่อ ถือเป็นความผิดสำเร็จทันที ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (4) การนำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับบุคคลที่ส่งต่อ (แชร์) ข้อมูลภาพหรือคลิปลามกอนาจาร ถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 14 (5) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งยังเป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ และยังเสี่ยงต่อการถูกแฮกข้อมูลจากลิงก์ที่ฝังมากับไลฟ์ด้วย หากประชาชนพบเห็นคลิปล่อแหลม ลามกอนาจาร&nbsp;<br />
ขอให้กดรายงานและแจ้งเบาะแสมาที่ตำรวจไซเบอร์ 1441 ทันที</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260526cb9d81ba39cc2dc2f75adb91077008a0103605.jpg' type='image/jpg' length='100155' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ หารือ มาครง ยกระดับความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506522</link>
<guid isPermaLink="false">bb231a2fd9686185d953d53c5d212640</guid>
<pubDate>Tue, 26 May 2026 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/260569_1023.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสโดยมีสาระสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนร่วมกันให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI DATA Center การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย - สหภาพยุโรป ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงสู่ความปลอดภัยทางไซเบอร์ สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และเมียนมา นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยยึดมั่นเคารพในหลักอธิปไตยสันติภาพ และกฎหมายสากล การตัดสินใจยกเลิก MOU 44 เนื่องจากตลอดระยะเวลาเกือบ 25 ปี ไม่มีความคืบหน้า และยึดการดำเนินการตาม joint statement ที่ได้มีการลงนามเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ต้องพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาด้วย ในโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026-2028 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ฝรั่งเศส สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้หารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญเพราะเป็น &ldquo;ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการเข้าลงทุนในไทย&rdquo; โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจรและมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260526ad8fd244d5fea1c66964e8a97c2bfa3c103412.jpg' type='image/jpg' length='112803' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมควบคุมโรค เตรียมหารือ กต. ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506137</link>
<guid isPermaLink="false">233e50f27525aef123753cb9e8ce3385</guid>
<pubDate>Mon, 25 May 2026 09:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/250569_0937.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo ebolavirus (BVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 โดยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและสถานการณ์การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสรุนแรงกลุ่ม &ldquo;ไข้เลือดออกจากไวรัส&rdquo; เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมี &ldquo;ค้างคาวผลไม้&rdquo; เป็นแหล่งรังโรค และสามารถแพร่จากคนสู่คนได้แจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเดินทางกลับประเทศไทยแล้วมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดหัวรุนแรง ภายใน 3 สัปดาห์ (21 วัน) ให้รีบพบแพทย์ทันที สำหรับวิธีป้องกันให้ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวผลไม้ ลิง และสารคัดหลั่งผู้ป่วยโดยกรมควบคุมโรค เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางการเดินทาง การแยกกัก กักกัน และคุมไว้สังเกตผู้เดินทางจากประเทศพื้นที่เสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ย้ำว่าประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและมาตรการรองรับอย่างใกล้ชิด สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด19ในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด19สะสม 3,642 ราย เสียชีวิต 1 รายยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็วหรือโรครุนแรงมากขึ้น เน้นย้ำประชาชนเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเด็กเล็ก และกลุ่มเสี่ยง 608 หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือบ่อย ๆ หากมีอาการป่วยให้รีบไปพบแพทย์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605256e7055007b2abfe7f0548fd43be33e5e095021.jpg' type='image/jpg' length='117291' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศุภจี เผยผลประชุม APEC เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506133</link>
<guid isPermaLink="false">fef543bfff6a69b4a5ef269e58606800</guid>
<pubDate>Mon, 25 May 2026 09:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/052569/250569_0936.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยผลการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade Meeting : MRT 2026) ระหว่างวันที่ 22&ndash;23 พฤษภาคม 2569 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนโดยไทยได้เสนอความร่วมมือทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ไทยพร้อมมีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหาร เกษตรมูลค่าสูง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและนวัตกรรมสมัยใหม่ ในช่วงการประชุมนางศุภจีได้ใช้โอกาสหารือสองฝ่ายกับผู้แทนจากสมาชิกเอเปคที่สำคัญ ทั้งการแจ้งความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (Agreement on ReciprocalTrade: ART) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มความชัดเจนให้ภาคเอกชนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับออสเตรเลีย เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เกษตรมูลค่าสูง พลังงานสะอาด การค้าดิจิทัล และอุตสาหกรรมอนาคต หารือทวิภาคีกับรองนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกระดับสินค้าไทยไปสู่ &ldquo;สินค้าคุณภาพสูง&rdquo; หรือ &ldquo;สินค้าพรีเมียม&rdquo;เพื่อส่งออกไปยังตลาดจีน โดยกลุ่มสินค้าที่เริ่มนำร่องจะเป็นประเภท functional food หรืออาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุ และผลไม้ เพื่อขยายไปยังตลาดโลก ส่งเสริมช่องทางการค้าขายให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทยผ่านการจัดทำ &ldquo;Thai National Pavillion&rdquo; ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงตลาดจีนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขอให้จีนส่งออกปุ๋ยเคมีมาไทยในปริมาณ 350,000 ตันภายในปีนี้ และหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ ถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร การเข้าร่วมความตกลงพหุภาคี ขยายการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตร เพื่อขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามผลการหารืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลจากเวที APEC MRT 2026สามารถต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย ผู้ประกอบการ และประชาชนได้อย่างแท้จริง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202605251b1ec2bd2169687f259a952b29c03d86094749.jpg' type='image/jpg' length='111832' />
</item>
</channel>
</rss>
