<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวรอบภูมิภาค สปท.4]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ภราดร หารือ โปแลนด์ - OECD ยกระดับมาตรฐานด้านความซื่อตรงในการบริหารงานภาครัฐ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/553321</link>
<guid isPermaLink="false">2d2e16ac1ffc3a9ae8cab57c47a841d2</guid>
<pubDate>Thu, 22 Oct 2026 10:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/221069_1002.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือกับผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสาธารณรัฐโปแลนด์ และผู้แทนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พร้อมเป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับมาตรฐานด้านความซื่อตรงในการบริหารงานภาครัฐ ระหว่างวันที่ 21&ndash;22 ตุลาคม 2569 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการฝึกปฏิบัติจริง พร้อมนำแนวปฏิบัติจากต่างประเทศมาเป็นต้นแบบในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD โดยย้ำว่า แม้กติกาและข้อกฎหมายของไทยจะมีความเข้มแข็งเพียงพอและอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยมาตรฐาน แต่ยังมีความท้าทายด้านการนำไปปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงต้องเร่งพัฒนากลไกป้องกันการทุจริต สร้างความตระหนักรู้ และเสริมสร้างเครื่องมือให้มีความเข้มแข็ง โดยปัจจุบันรัฐบาลปรับลดกรอบเวลาการเข้าเป็นสมาชิก OECD จาก 5 ปี เหลือ 3 ปี แต่เป้าหมายสำคัญสูงสุดคือการทำให้สามารถดำเนินการตามกรอบกฎหมายได้จริง นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19&ndash;20 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้จัดการประชุมสืบค้นข้อเท็จจริง (Fact-Finding Meeting) ร่วมกับคณะผู้แทน OECD เพื่อประเมินความพร้อมของไทยด้านความซื่อตรงในภาครัฐและการต่อต้านการทุจริต ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับมาตรฐานความซื่อตรงภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และใช้โอกาสครั้งสำคัญในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในการปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ เศรษฐกิจ กฎหมาย และนวัตกรรมของประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202610222e29ab1495f4a52ef3f4c19b7ef636eb105829.jpg' type='image/jpg' length='189195' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลต่อยอดความสำเร็จ IMF–World Bank 2026 ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/552952</link>
<guid isPermaLink="false">8ae85241d2b469e470b2235ad1cebbaf</guid>
<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 12:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/211069_1211.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>รัฐบาลเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 โดยนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลมุ่งให้โอกาสและความร่วมมือที่เกิดขึ้นสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ประชาชน เศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการไทย และภาคบริการของประเทศ พร้อมส่งเสริมสินค้าไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเอกลักษณ์ของประเทศสู่ตลาดนานาชาติ ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมประสบความสำเร็จ 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นเจ้าภาพที่โลกประทับใจ การเป็นผู้นำทางความคิดที่โลกยอมรับ และการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่โลกเชื่อมั่น โดยจะต่อยอดความเชื่อมั่นสู่การลงทุนจริง ปรับปรุงกฎระเบียบ พัฒนาทักษะแรงงาน และเชื่อมโยงการลงทุนกับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ กระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประชาชน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำโอกาสจากการประชุม IMF&ndash;World Bank 2026 มาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งพัฒนาสินค้าไทย สร้างแบรนด์ ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและทุนทางวัฒนธรรม ตลอดจนเชื่อมโยงการค้า วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และธุรกิจ MICE เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกระจายสู่ประชาชนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261021200dd68f7e27d47a39291bc163ba673a122256.jpg' type='image/jpg' length='252145' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติมาตรการพยุงราคาข้าวนาปี–ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/552950</link>
<guid isPermaLink="false">0f92ef97fbbe412ae7d2e88140b3ef3d</guid>
<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 12:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/211069_1210.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีรับทราบและอนุมัติมาตรการดูแลสินค้าเกษตรสำคัญ ทั้งข้าวเปลือกและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 โดยใช้กลไกการเก็บสต็อก การดูดซับผลผลิต สินเชื่อเพื่อชะลอการขายและรวบรวมผลผลิต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคา เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรไม่ต้องเร่งขายผลผลิตในช่วงราคาต่ำ และสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกร โดยได้รับทราบมาตรการภายใต้แนวคิด &ldquo;ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต&rdquo; (New Rice Economy) จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 564 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 หรือ &ldquo;ข้าวประณีต ระยะที่ 2&rdquo; วงเงิน 84 ล้านบาท และอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 จำนวน 2 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงินรวม 56,584.64 ล้านบาท ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้รับทราบและอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 รวม 4 โครงการ วงเงินรวม 120.30 ล้านบาท ได้แก่ โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2569/70 โครงการดูดซับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2569/70 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 เพื่อช่วยบริหารจัดการผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา สนับสนุนสภาพคล่อง ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้เกษตรกร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202610210a5c91b8f0e33c5e6716e0a9561a4162122109.jpg' type='image/jpg' length='259421' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติงบกลาง 10,508 ล้าน เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/552948</link>
<guid isPermaLink="false">63ac324c138970238d7e00f13f74ed1d</guid>
<pubDate>Wed, 21 Oct 2026 12:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/211069_1209.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางเพิ่มเติม 10,508.88 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอีก 1,481,401 ครัวเรือน ในพื้นที่ 66 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมผู้ประสบภัยระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569 ซึ่งการอนุมัติงบกลางเพิ่มเติมในครั้งนี้ เป็นการเตรียมงบประมาณรองรับผู้ประสบภัยที่ยื่นคำขอและยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังรับทราบและเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 ของกระทรวงการคลัง ครอบคลุมมาตรการด้านการเงินและมาตรการภาษี ได้แก่ การพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย และขยายเวลาชำระหนี้ การให้สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเสริมสภาพคล่องแก่ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูกิจการ SMEs มาตรการภาษี เช่น การลดหย่อนค่าซ่อมแซมบ้านไม่เกิน 100,000 บาท และรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและชิ้นส่วนเพื่อซ่อมแซมความเสียหาย ขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีให้ผู้ได้รับผลกระทบ และโครงการจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มและกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม โดยมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 1 ตุลาคม 2570 ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากภัยพิบัติ วงเงินรวมไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคน เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้โดยเร็ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261021e822b06e96f13838f298ee181cb250e0121920.jpg' type='image/jpg' length='245742' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เร่ง “ปราบนอมินี” ตรวจสอบที่ดินกลุ่มเสี่ยง-บังคับจำหน่ายที่ดินที่ถือครองโดยมิชอบ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/552391</link>
<guid isPermaLink="false">e25ccbadb213462b77078026ddafc94d</guid>
<pubDate>Tue, 20 Oct 2026 09:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/201069_0924.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ &ldquo;ปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ&rdquo; ย้ำเจตนารมณ์รัฐบาลในการปราบปรามการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยมิชอบ ป้องกันทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี โดยที่ผ่านมา กรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจพบการถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือครองแทนคนต่างด้าว จำนวน 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ มูลค่าประมาณ 14,010 ล้านบาท พร้อมเร่งบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา ทั้งนี้ กำชับให้ตรวจสอบผู้มีอำนาจควบคุม ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เส้นทางการเงิน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขับเคลื่อน 3 แนวทาง ได้แก่ เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติภายในเดือนธันวาคม 2569 บังคับจำหน่ายที่ดินและติดตามผลอย่างจริงจัง และปิดช่องนอมินีรายใหม่ด้วยการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันในระยะยาว ภายใต้หลัก &ldquo;จริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง&rdquo; นอกจากนี้รัฐบาลยังเดินหน้าจัดการปัญหาการทุจริต โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 2/2569 มุ่งลดความเสี่ยงการเรียกรับสินบน ยกระดับกระบวนการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต และพัฒนาระบบบริการภาครัฐสู่ดิจิทัล เร่งตรวจสอบช่องโหว่ทางกฎหมายและหาแนวทางป้องกันการเรียกรับสินบน โดยเริ่มพื้นที่ถนนข้าวสารเป็นแซนด์บ็อกซ์ พร้อมกำชับให้สอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกพาดพิงภายใน 30 วัน รวมทั้งประเมินกระบวนงานที่มีความเสี่ยงสูงตามโครงการ &ldquo;1 กรม 1 โปร่งใส&rdquo; เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมการดำเนินงานของภาครัฐให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202610204b8ec88d25cb1ad7ed6a1cbd9e14932b093037.jpg' type='image/jpg' length='223390' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปิดฉาก IMF–World Bank 2026 ต่อยอดเวทีโลก สู่การลงทุน สร้างงาน  ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/551853</link>
<guid isPermaLink="false">f5254b7829a7d52225266d57075ece55</guid>
<pubDate>Mon, 19 Oct 2026 09:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/191069_0851.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม 2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience&rdquo; เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. ยกระดับความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัล เปิดตัว Bangkok Blueprint เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินและคุ้มครองประชาชนจากการฉ้อโกง 2. ใช้ AI เพิ่มผลิตภาพและสร้างงานคุณภาพ ส่งเสริมการใช้ AI ในธุรกิจ พัฒนาทักษะแรงงานผ่าน SkillBridge และเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มรายได้และขีดความสามารถในการแข่งขัน 3. ผลักดันไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมโยงตลาด เงินทุน และเทคโนโลยี มุ่งดึงดูดการลงทุนที่สร้างงาน พัฒนาทักษะคนไทย และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก 4. ขยายความร่วมมือด้านการลงทุนและการเงินอิสลาม ร่วมกับ BIA และ IsDB ส่งเสริมแหล่งทุนแก่ SMEs ธุรกิจฮาลาล และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเพิ่มโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและสาธารณสุข ร่วมกับ ADB ผ่านโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่างและพัฒนาบริการสุขภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมและยกระดับคุณภาพชีวิต 6. ส่งเสริมพลังงานสะอาดและเมืองคาร์บอนต่ำ วางกรอบเงินกู้ธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารภาครัฐและพื้นที่อุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุน SMEs แรงงาน และชุมชนให้ปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญให้ไทยขยายความร่วมมือระหว่างประเทศและต่อยอดการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการจ้างงาน การเข้าถึงเทคโนโลยี ความปลอดภัยทางการเงิน และบริการสาธารณะที่ดีขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261019ba357ba7e87f301c8270723370e3a5c1090222.jpg' type='image/jpg' length='239781' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/551503</link>
<guid isPermaLink="false">1ce119e934e91059e0fc7bfea3e9f605</guid>
<pubDate>Fri, 16 Oct 2026 15:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>

<p>ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมภริยา นำจิตอาสาตำรวจภูธรภาค 6 และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรธรภาค 6 เข้าเยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 พร้อมร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์&nbsp;</p>

<p>วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ให้การต้อนรับ พลตำรวจโท วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมด้วย นางพรพรรณ มะลิ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 6 นำคณะจิตอาสาตำรวจภูธรภาค 6 คณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 6 และสมาคมแม่ดีเด่น จังหวัดพิษณุโลก เข้าเยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 พร้อมร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ดอกกุหลาบ ควีนสิริกิติ์&quot; และดอกไม้จันทน์พระราชทานทั้ง 7 แบบ เพื่อนำไปใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดจนพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้ยังมีชมรมแม่ดีเด่นจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในครังนี้ด้วย โดยมี อาจารย์คนึงนิจ นาสมใจ คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพิษณุโลก เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในรูปแบบต่างๆให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;<br />
ในการนี้ นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 (สปท. 4) ในฐานะคณะที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชนหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 6 และนายปิยะ เหล่าบุรินทร์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ โดย สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 จัดตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความอาลัย และสืบสานพระราชปณิธาน โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่<br />
**โซนที่ 1 &ldquo;ลงนามแสดงความอาลัย น้อมใจรำลึก&rdquo;**<br />
**โซนที่ 2 &ldquo;ตามรอยสำนึก ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ&rdquo;**<br />
**โซนที่ 3 &ldquo;ชมเรื่องเกื้อหนุน ภูมิใจพระบารมี&rdquo;**<br />
**โซนที่ 4 &ldquo;ย้อนรอยวิถีพระราชกรณียกิจ&rdquo;**<br />
**โซนที่ 5 &ldquo;ร้อยใจประดิษฐ์ ร่วมจิตภักดี&rdquo;**<br />
**โซนที่ 6 &ldquo;พฤกษาแห่งความดี ใต้ร่มพระบารมีพระพันปีหลวง&rdquo;**<br />
จากนั้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้ร่วมบันทึกเทปรายการห้องนั่งเล่าของส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก หรือ NBT พิษณุโลก เพื่อแถลงนโยบายการปฏิบัติงานของตำรวจภูธรภาค 6 ภายใต้แนวคิดหลักที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางส่งเสริมความร่วมมือและมุ่งทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม PONG 2844&nbsp;<br />
&ldquo;มั่นคงในเกียรติศักดิ์ศรี รู้หน้าที่ มีวินัย ใส่ใจประชาชน&rdquo;<br />
ทั้งนี้ ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีฯ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ เข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ในวันและเวลาราชการ เพื่อร่วมกันเรียนรู้พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง ผู้สนใจสามารถประสานงานล่วงหน้าได้ที่ **08 1707 8709 และ 08 7981 3740**</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261016cc8a73b512718fa4046da6b3636ed651162356.jpg' type='image/jpg' length='71731' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยเปิดตัว Bangkok Blueprint วางกรอบความร่วมมือโลกสกัดสแกมเมอร์-ภัยไซเบอร์ทั่วโลก]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/550977</link>
<guid isPermaLink="false">8e05c817fb03a039c9021eb75d696a0d</guid>
<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 08:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/151069_0848.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัว &ldquo;Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services&rdquo; ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ริเริ่มแนวคิด Bangkok Blueprint ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยต่อยอดบทเรียนและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาเป็น &ldquo;เข็มทิศเชิงนโยบาย&rdquo; ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยมีแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. รับมืออย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 2. ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการภัยทุจริตทางดิจิทัลที่ข้ามพรมแดน 3. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและมาตรการป้องกันภัยทางการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดย Bangkok Blueprint จะช่วยวางกรอบความร่วมมือและแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 12 แนวทางสำคัญ ครอบคลุมใน 5 เสาหลัก ได้แก่ (1) การวางยุทธศาสตร์ กฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน (2) การบริหารจัดการภัยทุจริตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาผู้เสียหาย (3) การใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น AML/CFT และ Cybersecurity (4) การเสริมสร้างความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ (5) การคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล พร้อมรวบรวมประสบการณ์จากไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง เพื่อสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย ครอบคลุม มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั่วโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026101597a2e34ebf9649e87b74d42fc8ac076f085505.jpg' type='image/jpg' length='198367' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS กู้สูงสุด 3 ล้านบาท ผ่อนนาน 40 ปี]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/550974</link>
<guid isPermaLink="false">9d8238c2e112c80f4c03902947328d06</guid>
<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 08:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/151069_0847.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคารบนที่ดินของรัฐ หรือซื้ออาคารหรือห้องชุดบนที่ดินของรัฐ และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับศักยภาพการชำระหนี้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1) กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.8 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และ 2) กรณีเกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.6 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าสินเชื่อจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ ธอส. กำหนด กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยผ่อนชำระที่เหมาะสม เพราะบ้านไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นรากฐานความมั่นคงของครอบครัว พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพและการยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยให้เข้มแข็งและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต รวมถึงส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งการใช้จ่ายในภาคก่อสร้าง การผลิตวัสดุก่อสร้าง การจ้างงานและการบริโภคสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าการดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202610158af559eafe364e154b221e36ef9443dd085312.jpg' type='image/jpg' length='182576' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เอกนิติ ชู “Bangkok Blueprint” สกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัล]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/550755</link>
<guid isPermaLink="false">c6c6cf0dd361d84284082be1101b410d</guid>
<pubDate>Wed, 14 Oct 2026 10:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/141069_1001.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยแนวนโยบายการเงินการคลังและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจะมีการนำเสนอแพลตฟอร์มการต่อสู้กับสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพราะอาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทั่วโลก เพื่อให้การเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลทั่วถึงข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเตรียมขยายผลไปปรับใช้ในความร่วมมือระหว่างประเทศและนำเสนอ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในการประชุม IMF&ndash;World Bank 2026 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมกันป้องกันและสกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ ยังได้กล่าวในงาน &ldquo;Building Resilience in a Fragmented World&rdquo; โดยชี้ว่าโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อ 3 ช่องทางหลักของเศรษฐกิจ ทั้งการค้า การเงิน และการลงทุน จึงจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินให้เข้มแข็ง ลดขั้นตอนและอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนความสนใจของนักลงทุนให้เกิดการลงทุนจริง ตลาดและพันธมิตรที่มากขึ้นเปิดโอกาสในการส่งออก และการลงทุน ประเทศไทยสามารถใช้บทบาท &ldquo;Trusted Connector&rdquo; &ldquo;ผู้เชื่อมที่น่าเชื่อถือ&rdquo; เพื่อสร้างความไว้วางใจและรักษาระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา พร้อมเสนอให้อาเซียนเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) อาหาร การผลิต โลจิสติกส์ การเงิน ดิจิทัล สุขภาพและทักษะ และทำให้ผลประโยชน์จากการเชื่อมต่อนั้นกลับมาถึงกลุ่ม SMEs และชุมชนในประเทศ เพื่อยกระดับประชาชน&nbsp;<br />
การจ้างงาน และบริการ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026101441a7e19ca2f93b7d4141965d88469865101010.jpg' type='image/jpg' length='218185' />
</item>
</channel>
</rss>
