<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวรอบภูมิภาค สปท.4]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ประเสริฐ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินครู ลดภาระหนี้-ดอกเบี้ย ป้องกันหนี้เพิ่ม ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/539335</link>
<guid isPermaLink="false">1435f037fc74309561dad3358e3e209b</guid>
<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 11:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/070969_1105.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินครูทั่วประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรครูในภาพรวม เพื่อให้ครูสามารถใช้ชีวิตและปฏิบัติวิชาชีพได้อย่างมีความสุข ทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ โดยต้องรวบรวมหนี้ทั้งจากสถาบันการเงินและสหกรณ์ต่าง ๆ มารวมไว้ที่เดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นตัวกลางในการเจรจาหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือข้าราชการครูที่อยู่ในภาวะล้มละลาย สนับสนุนมาตรการควบคุมดูแลให้ครูต้องมีเงินเดือนเหลือใช้จ่าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นภาระสำคัญของครูจำนวนมาก ข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ พบว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวม 1,141,545 ล้านบาท ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมีค่าเฉลี่ย 5.60% และสูงสุดถึง 9% ดังนั้น จึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางของเงินทุน ไปจนถึงการบริหารหนี้ของครูแต่ละคนกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขปัญหาหนี้สินครู ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การปรับหาแนวทางในการจัดตั้งสหกรณ์กลางเข้ามาเป็นองค์กรกลางในการแก้ไขปัญหา พิจารณาระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2. มาตรการในการหักส่งชำระหนี้สหกรณ์ โดยให้สมาชิกมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของเงินได้รายเดือน และการใช้ระบบ Credit Lock เครื่องมือในการควบคุมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ก่อหนี้เพิ่ม 3. การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดตั้ง คณะกรรมการร่วมทั้ง 2 กระทรวง เพื่อเร่งศึกษารายละเอียดทั้งด้านมาตรการ แหล่งเงินทุน แนวทางปรับหนี้ และข้อกฎหมาย ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ร่วมกับธนาคารออมสิน จัดโครงการ &ldquo;ออมสินก้าวไปกับครู&hellip;ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน&rdquo; เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับสมาชิก ช.พ.ค. &ndash; ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เหลือ 3.50% ต่อปี ถึงเดือนธันวาคม 2570 จากเดิมประมาณ 6&ndash;7% เพื่อให้เงินงวดที่ชำระในแต่ละเดือนถูกนำไปตัดเงินต้นมากขึ้น ช่วยลดภาระหนี้และเพิ่มโอกาสปิดหนี้ได้เร็วขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260907f4f8b4f8403cd3f214b8b79331b4bf3e112454.jpg' type='image/jpg' length='180113' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สุรศักดิ์ ตั้งเป้ายกระดับไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ อาหาร-วัฒนธรรม-สุขภาพ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538494</link>
<guid isPermaLink="false">dce3cf12c5c502d242d96528f80ec6f2</guid>
<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 10:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/040969_0952.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดทิศทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี 2570 ภายใต้แนวคิด &ldquo;The Year of Transformation&rdquo; มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่ Asia&rsquo;s No.1 High-Value &amp; Meaningful Destination และเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ที่เดินทางท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ตั้งเป้าการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 กระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองที่ 60 ต่อ 40 ปรับสมดุลตลาดและกลุ่มนักท่องเที่ยว ควบคู่การกระจายรายได้สู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ เปิดตัว &ldquo;น้องสุขใจ&rdquo; และ &ldquo;น้องรักยิ้ม&rdquo; คาแรกเตอร์ใหม่ที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ &ldquo;365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี&rdquo; และ &ldquo;สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล&rdquo; ผ่านการออกแบบ Theme Experience ครอบคลุมอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง และต่อยอดเครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง เดินหน้าสร้างอัตลักษณ์เมืองผ่าน Signature Destination Branding นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม พร้อมทั้งสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ 4 ด้าน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy อาหาร ภูมิปัญญาไทย เทศกาลอัตลักษณ์ไทย นอกจากนี้ยังขับเคลื่อน &ldquo;เชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง&rdquo; ทั้งเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้แก่ &ldquo;Wellness Hill&rdquo; (สะเมิง&ndash;หางดง) และ &ldquo;Wellness Hot-Spring&rdquo; (แม่ออน&ndash;สันกำแพง) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) &ldquo;Coffee &amp; Tea&rdquo; ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260904d250a05a3eaccfbe180066a8e77253d6100857.jpg' type='image/jpg' length='230573' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พลโท อดุลย์ พัฒนากำลังพลสู่ยุค AI–Digital รู้เท่าทันสื่อ–ภัยไซเบอร์]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538490</link>
<guid isPermaLink="false">bea7230ecf5813c4e8fc61f316312d6a</guid>
<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 10:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/040969_0951.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดโครงการ &ldquo;ความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เสริมพัฒนาศักยภาพกําลังพลด้านปัญญาประดิษฐ์&rdquo; ในกิจกรรมความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เพื่อพัฒนาทักษะ Digital Literacy และ AI Literacy ให้แก่กำลังพลและครอบครัว วางรากฐาน &ldquo;กำลังพลดิจิทัล&rdquo; และยกระดับการป้องกันประเทศสู่ Digital Defense พร้อมขยายผลไปยังหน่วยทหารทั้ง 4 ภาค ครอบคลุม กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ พร้อมระบุว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจ แต่ก็นำมาซึ่งภัยคุกคามใหม่ ทั้งภัยไซเบอร์ การบิดเบือนข้อมูล และความเสี่ยงต่อข้อมูลด้านความมั่นคง จึงต้องพัฒนากำลังพลให้ &ldquo;ใช้ AI เป็น รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง&rdquo; ควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรม กฎหมาย และความรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงกลาโหมสู่ Data-Driven Organization และ AI-Driven Organization โดยมุ่งสร้าง &ldquo;อาวุธทางปัญญา&rdquo; ให้กำลังพลสามารถคิด วิเคราะห์ และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ พร้อมเสริมการรู้เท่าทันสื่อด้วยหลัก &ldquo;คิดก่อนคลิก คิดก่อนเชื่อ คิดก่อนแชร์&rdquo; โดยย้ำว่า AI ต้องเป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ ไม่ใช่ทดแทนกระบวนการคิดและการเรียนรู้ ด้าน AIS สนับสนุนการ Upskill&ndash;Reskill และระบบโทรศัพท์สำหรับกำลังพลตามแนวชายแดน 30,000 ระบบ ขณะที่ DGA โดย TDGA สนับสนุนหลักสูตร AI Literacy การบริหารจัดการข้อมูล และจริยธรรม AI เพื่อร่วมขับเคลื่อนกระทรวงกลาโหมสู่ AI-Ready Defense พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจาก &ldquo;คน&rdquo; ที่มีความรู้ ใช้เทคโนโลยีเป็น รู้เท่าทันภัยคุกคาม และสามารถนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202609041ff9069a1add008506fdca7993840485100555.jpg' type='image/jpg' length='210349' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ซาบีดา ชวนเที่ยวงาน “สี สรรค์ ไทย” ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538208</link>
<guid isPermaLink="false">c7975df60aa36cc491f9852647c75ab6</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 12:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/030969_1144.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมเเห่งชาติ สี สรรค์ ไทย: COLORS OF THAI THAI ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 &ndash; 6 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด &ldquo;สี สรรค์ ไทย : สัมผัสสีสัน สร้างสรรค์วัฒนธรรมไทย&rdquo; ถ่ายทอดวัฒนธรรมที่อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งพระมหากรุณาธิคุณ อาหาร ดนตรี การแสดง งานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญา ประเพณี เทศกาล และความเชื่อ ซึ่งล้วนสะท้อนอัตลักษณ์และความผูกพันของผู้คนกับชุมชนและถิ่นเกิด นำมาต่อยอด สร้างสรรค์ และสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยพาผู้ชมออกเดินทางผ่านวิถีชีวิตไทย ทั้ง 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 &ldquo;สีสันแห่งแรงบันดาลใจ&rdquo; ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณ ของสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ โซนที่ 2 &ldquo;สีสันแห่งรสชาติไทย&rdquo; นำเสนอเรื่องราวจาก &ldquo;ข้าว&rdquo; สู่ &ldquo;อาหารรสชาติ...ที่หายไป (The Lost Taste)&rdquo; โซนที่ 3 &ldquo;สีสันแห่งศิลปะการแสดงไทย&rdquo; รวบรวมศิลปะการแสดงจากทั่วประเทศ ทั้งลิเก หมอลำ ลูกทุ่ง หนังใหญ่ โขน โนรา ดนตรี การแสดงร่วมสมัย และคอนเสิร์ต โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมลงมือสืบสานการตอกหนังใหญ่ ร้อยลูกปัดโนรา ทำเครื่องประดับศีรษะล้านนา แกะสลักรูปหนังตะลุง และการเขียนสีหัวโขน โซนที่ 4 &ldquo;สองมือช่าง&rdquo; ได้สัมผัส เรียนรู้ภูมิปัญญาไทยและหัตถศิลป์ไทย และลงมือทอผ้าฝ้ายเข็นมือย้อมสีธรรมชาติ การทำยาดมสมุนไพร การจักสานไม้ไผ่ การเขียนเครื่องเบญจรงค์ การระบายสีผ้าบาติก และการทำน้ำปรุงไทย และโซนที่ 5 &ldquo;สีสันแห่งมรดกไทย ศรัทธา และวิถีประเพณี&rdquo; พาทุกคนสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี เทศกาล ผ่าน Immersive Cultural Experience ได้เรียนรู้และลงมือทำหน้ากากผีตาโขน โพน ธงตะขาบ เทียนพรรษา พวงมโหตร โคมล้านนา สะท้อนความเชื่อและประเพณีที่ยังคงมีชีวิต เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับชุมชนและถิ่นเกิดผ่านโซน 10 สุดยอดเที่ยวชุมชนยลวิถี ซึ่งช่วยต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมเปิดประสบการณ์ &ldquo;สีสันแห่งวัฒนธรรมไทยทุกภูมิภาค&rdquo; มาร่วม &ldquo;กิน เที่ยว ชม ลอง และเรียนรู้&rdquo; ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 6 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 7 - 8 เมืองทองธานี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026090355bc718cf24db3ead3015d4dac4f9b42120432.jpg' type='image/jpg' length='240626' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย-สิงคโปร์ ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ-พลังงาน-ความมั่นคง-อาเซียน ]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538206</link>
<guid isPermaLink="false">de1f92e97a0dbed586b97495c9341aa0</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 12:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/030969_1143.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม Thailand&ndash;Singapore Leaders&rsquo; Retreat ครั้งที่ 5 พร้อมทั้งแถลงข่าวร่วมกันในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ใน 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความมั่นคงทางพลังงาน&ndash;อาหาร มุ่งเน้นพลังงานสะอาด พลังงานคาร์บอนต่ำ และความมั่นคงทางอาหาร และต่อยอดความตกลงจัดส่งข้าวไทย 100,000 ตันภายใน 5 ปี 2. เศรษฐกิจ การลงทุน และดิจิทัล กระชับการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ เศรษฐกิจสีเขียว และ AI พร้อมสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย 3. กลาโหมและความมั่นคง มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ 4. การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค สนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปีหน้า และประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างวาระประธานอาเซียนของสิงคโปร์และไทย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่มุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนบุคลากร ข้อมูล องค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน การพัฒนาศักยภาพคนพิการ การเสริมพลังและคุ้มครองสตรี การพัฒนาเด็กและครอบครัว และการคุ้มครองเด็ก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/202609030bc08ec27aafef61877c6acdd3d64f39120206.jpg' type='image/jpg' length='198284' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร–สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537810</link>
<guid isPermaLink="false">f81ca020630aff42ff7d839a63328d4c</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 10:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/020969_1027.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท ได้แก่ 1. ช่วงชุมพร&ndash;สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี&ndash;ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่&ndash;ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจาก รฟท. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะช่วยเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคม ยกระดับระบบโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดย รฟท. จะเร่งกระบวนการประกวดราคาและลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 พร้อมทั้งปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา จากคันทางเป็นโครงสร้างสะพานบก เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้ง กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน เพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260902ad82bd6ee11fd5b6fc1d847db8cd4b65104422.jpg' type='image/jpg' length='253353' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.สัญจรสงขลา ยกระดับ 5 จังหวัดภาคใต้ เคาะ Quick Win 4 ด้าน]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537806</link>
<guid isPermaLink="false">3ae0010c7aaad72484b5984e2288940f</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 10:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/020969_1026.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ Quick Win ในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี&nbsp;<br />
เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทันที โดยครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยด้านเศรษฐกิจ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ปรับปรุงเงื่อนไขเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ด้านสังคม แก้ไขปัญหาความยากจน ดูแลกลุ่มเปราะบาง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยอนุมัติงบออกแบบก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 ทำ MOU แรงงานไทย-มาเลเซีย และการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ด้านความมั่นคง เน้นสร้างความมั่นคงควบคู่กับการทำงานร่วมกับประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการจุดผ่านแดน ด้านภัยพิบัติ เห็นชอบให้ก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี ระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองควนลัง และปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบในหลักการการจัดให้มี &ldquo;ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; และให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้กับประชาชน โดยคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว กรณีอุทกภัย ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง วงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือนและคุ้มครองการเสียชีวิต โดยจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิม เปลี่ยนจากการ &ldquo;รอเยียวยาเมื่อเกิดเหตุ&rdquo; ไปสู่การ &ldquo;เตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260902753a3be50373f1931bebc407cb0c15a1104234.jpg' type='image/jpg' length='233223' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หน่วยงานรัฐเร่งพัฒนาทุกมิติ ผลักดันสงขลาเป็นพื้นที่แห่งโอกาส]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537454</link>
<guid isPermaLink="false">7c0c52ec80323eed04cac5c19365fc3a</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 11:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/010969_1110.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอในการพัฒนาจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ โดย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ทุกภาคส่วนยึดหลัก &ldquo;ปรับ&ndash;พิทักษ์&ndash;ปราบ&rdquo; ควบคู่กับกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิด &ldquo;มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SME ไทยโตยั่งยืน&rdquo; สนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ Upskill&ndash;Reskill ปรับตัวต่อมาตรฐานและเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศเพื่อก้าวสู่ตลาดโลก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมการทำสวนยางอารยเกษตร เพิ่มรายได้และใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและประสิทธิภาพการระบายน้ำ พัฒนาน้ำบาดาลและระบบกรองน้ำดื่ม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นย้ำการเยียวยาผู้เสียหาย คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเสมอภาค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงาน เดินหน้าพัฒนาแรงงานให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทักษะเฉพาะทางด้านการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย สร้างสิทธิที่อยู่อาศัยที่มั่นคงสำหรับผู้มีรายได้น้อยและชุมชนริมรางรถไฟ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้านโยบาย &ldquo;1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล&rdquo; ให้ประชาชนเข้าถึงบริการมาตรฐานเดียวกัน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งพัฒนาด่านสะเดาและการเดินทางข้ามแดน ต่อยอดกีฬาเป็น &ldquo;Sport Tourism&rdquo; ขณะที่กระทรวงคมนาคม ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ พัฒนารถเชื่อมต่อรองรับการขยายตัวของเมืองและประชากร ผลักดันโครงการ Digital Tower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมจราจรทางอากาศ และขับเคลื่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของ Seaplane เชื่อมโยงการเดินทางและสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง &ldquo;การท่องเที่ยวมูลค่าสูง&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/2026090157019ef61197d115667143264652dd83111747.jpg' type='image/jpg' length='253887' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ลงพื้นที่รับฟัง แก้ปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537447</link>
<guid isPermaLink="false">ff5f373ff777acd212c3d7a1e6804e4b</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 11:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/010969_1109.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ก่อนการประชุม ครม.สัญจร โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน พร้อมติดตามการฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 และระบบป้องกันอุทกภัยหาดใหญ่ เร่งแก้จุดคอขวด ขุดลอกคลอง เสริมความแข็งแรงคันคลอง และพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำด้วย Machine Learning พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมบุคลากร เครื่องจักร เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิงให้พร้อมรับสถานการณ์ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวคิด &ldquo;Green Transport&rdquo; เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังได้ประชุมรับฟังข้อเสนอจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ โดยกำชับให้ทุกข้อเสนอมีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ทำได้จริง และเร่งดำเนินการทันทีในเรื่องที่สามารถทำได้ พร้อมรับฟังข้อเสนอจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยย้ำว่า การสร้างสันติสุขและความปลอดภัยจะเป็นฐานสำคัญในการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต้หลัก &ldquo;ทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพ ทุกข้อเสนอต้องมีคำตอบ&rdquo; นอกจากนี้ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องยังได้ลงพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ทั้งการพัฒนาระบบระบายน้ำ การเตรียมพร้อมรับภัย การยกระดับด่านปาดังเบซาร์เพื่อส่งเสริมการค้าไทย&ndash;มาเลเซีย และการต่อยอดงานวิจัย &ldquo;ธนาคารปูม้า&ndash;โดมปะการัง&rdquo; เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มรายได้ให้ชุมชน สะท้อนการทำงานแบบบูรณาการของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ปัญหาจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เชื่อมโยงการป้องกันภัย โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจชายแดน และนวัตกรรม เพื่อสร้างความปลอดภัย รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้ประชาชนภาคใต้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260901e16c1d87e3dc11d147f78378af581e47111549.jpg' type='image/jpg' length='237688' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พิพัฒน์ - ยศชนัน - สีหศักดิ์ - วราวุธ ระดมความคิดเห็น 5 จังหวัดภาคใต้]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537136</link>
<guid isPermaLink="false">bd8aeb5c9a603459a7318a9eb7286e81</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 12:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/082569/310869_1230.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ ระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ภายใต้นโยบายรัฐบาล 4 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ โดยกลุ่มด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน ด้านสังคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน และด้านเศรษฐกิจ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหา และกำหนดแนวทางการทำงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ด้านภัยพิบัติ เน้นบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เชื่อมโยงข้อมูลเส้นทางน้ำ ขุดลอกคูคลอง ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real Time และ Area-based เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ด้านความมั่นคง เร่งแก้ปัญหายาเสพติด ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาชญากรรมข้ามชาติ ด้านสังคม เร่งแก้ปัญหา &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้นโยบาย Zero Dropout การยกระดับทักษะแรงงาน Upskill/Reskill &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาล การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านเศรษฐกิจ เร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภาคใต้ ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการพัฒนาด่านชายแดน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคม การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยข้อเสนอจากทั้ง 5 จังหวัดจะถูกนำเสนอต่อรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อผลักดันสู่ระดับนโยบาย ในการแก้ไขปัญหา ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มความปลอดภัย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260831cdfa1e189f6ae59f27c17f0cd43b6f73123602.jpg' type='image/jpg' length='212315' />
</item>
</channel>
</rss>
