<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[Recommend]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/33</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/33" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เกษตรฯ เปิดตัว “Agri-Map Platform” ใช้ Big Data - AI ช่วยเกษตรกร]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/542252</link>
<guid isPermaLink="false">74e28dad71612a618024c5d52258a5cd</guid>
<pubDate>Thu, 17 Sep 2026 11:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/170969_1118.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวและเปิดการใช้งาน Agri-Map Platform (แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก) ภายใต้แนวคิด &ldquo;Agri-Map Platform: พลิกโฉมข้อมูลเกษตรไทยสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ&rdquo; เพื่อยกระดับภาคการเกษตรด้วย Big Data เทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ความต้องการของตลาด และสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ Agri-Map Platform เป็นระบบภูมิสารสนเทศกลางภาคการเกษตร ที่รวบรวม เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน เห็นภาพเดียวกัน และทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน ประกอบด้วย Agri-Map Executive, Agri-Map Pro, Agri-Map Plus, Agri-Map Online และ Agri-Map Mobile โดยแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญด้านการเกษตร อาทิ พื้นที่เพาะปลูก คุณภาพดิน แหล่งน้ำ ข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ประสบภัยพิบัติ แหล่งรับซื้อ และข้อมูลการตลาด โดยนำ AI มาวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่และคาดการณ์เชิงพื้นที่ ประมวลผลร่วมกับข้อมูลดิน น้ำ ปริมาณน้ำฝน และประวัติผลผลิต เพื่อสนับสนุนการเลือกชนิดพืชและช่วงเวลาการผลิตที่เหมาะสม สำหรับเกษตรกรและประชาชน สามารถใช้ Agri-Map Online ตรวจสอบข้อมูลความเหมาะสมของพื้นที่ คุณภาพดิน เขตเกษตรกรรม และแหล่งรับซื้อ เพื่อนำไปประกอบการวางแผนและตัดสินใจด้านการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อีกทั้งยังมุ่งพัฒนา Agri-Map Platform ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลภาคการเกษตรของประเทศ ลดความซ้ำซ้อน ช่วยเกษตรกรวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260917c893bbca60902316525aee27be47a5ca112428.jpg' type='image/jpg' length='235476' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐเร่งเชื่อมข้อมูล 58 รายการผ่าน GDX "ไม่เรียกสำเนาเอกสาร"]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/542246</link>
<guid isPermaLink="false">a10c7f1193d350353d8f40b6c783b847</guid>
<pubDate>Thu, 17 Sep 2026 11:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/092569/170969_1117.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>รัฐบาลเดินหน้าผลักดันแนวทาง &ldquo;ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน&rdquo; สำหรับเอกสารสำคัญ 58 รายการ โดยใช้ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) ให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบและใช้ข้อมูลระหว่างกันแทนการขอสำเนาเอกสารจากประชาชน ครอบคลุมเอกสารที่ประชาชนใช้บ่อย อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตร ใบมรณบัตร เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หนังสือรับรองนิติบุคคล ใบอนุญาตขับรถ หนังสือเดินทาง วุฒิการศึกษา และใบอนุญาตทำงาน ตั้งเป้าเชื่อมโยงข้อมูลให้ครบภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (15 ก.ย. 69) การดำเนินการแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ภายใน 6 เดือน สำหรับเอกสาร 31 รายการ ที่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX โดยหน่วยงานที่ยังไม่เชื่อมโยงต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และใช้ข้อมูลจาก GDX แทนการเรียกเอกสารจากประชาชนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ส่วนระยะที่ 2 ภายใน 1 ปี สำหรับเอกสาร 27 รายการที่ยังไม่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX ทั้งนี้ ให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งเชื่อมโยง GDX กับระบบ Linkage Center เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ข้อมูลทะเบียนราษฎรผ่าน GDX เป็นช่องทางเดียว พร้อมกำหนดให้รายงานปัญหาอุปสรรคต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ภายใน 30 วัน หากหน่วยงานยังเรียกเอกสารที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้แล้ว ก.พ.ร. จะประสานให้แก้ไขภายใน 15 วัน หากไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีความรับผิดทางวินัย เป้าหมายสำคัญคือช่วยลดเวลา ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนการติดต่อราชการ แก่ประชาชน ทำให้บริการภาครัฐสะดวกและเป็นดิจิทัลมากขึ้น ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้างความโปร่งใส โดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20260917b264b3dcde971a8d77abc976f742f68e112218.jpg' type='image/jpg' length='180306' />
</item>
</channel>
</rss>
