<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[Recommend]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/33</link>
<atom:link href="https://region4.prd.go.th/th/content/category/index/id/33" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[อาหารไทย ผ้าไทย สะท้อนความเป็นไทย]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548771</link>
<guid isPermaLink="false">bbc651bf454048b68ad25695221da50b</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 12:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/071069_1246.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>อาหารไทย ผ้าไทย สะท้อนความเป็นไทยสู่เวทีการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings<br />
ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่บทบาทสำคัญในฐานะเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งไทยจะเปิดบ้านต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักวิชาการ และผู้บริหารสถาบันการเงินจากทั่วโลก มาร่วมหารือแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลกในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การประชุมระดับโลกครั้งนี้เปรียบเสมือนโอลิมปิกทางการเงิน อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่เป็น<br />
ซอฟต์พาวเวอร์ (soft power) ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจ และเป็นภาพจำที่ดีของประเทศไทยผ่านสายตานานาชาติ ทั้งผ้าไทยที่จะถูกนำมาตกแต่งสถานที่จัดประชุมหรือทำเป็นของที่ระลึก และวัตถุดิบบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ &ldquo;สินค้า GI&rdquo; (Geographical Indication) ของไทยที่จะถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ได้ลิ้มลอง<br />
หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมายาวนานคือ &ldquo;อาหารไทย&rdquo; ซึ่งได้รับการยอมรับ<br />
ในระดับโลกทั้งด้านรสชาติ ความหลากหลาย และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม คุณทรงพล กิตติคุณวัจนะ เชฟผู้บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หัวหน้าทีมเชฟของการประชุมครั้งนี้ตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทย วัฒนธรรม ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร และความหลากหลายของวัตถุดิบจากทุกภูมิภาค ผ่านอาหาร<br />
แต่ละจาน กว่า 70% ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาใช้ในงานนี้ จัดหามาจากชุมชนท้องถิ่นและเป็นผลิตภัณฑ์<br />
เพื่อความยั่งยืน โดยสอดแทรกวัตถุดิบไทยเข้าไปในเมนูต่าง ๆ เช่น เมนูข้าว ที่เสิร์ฟในแต่ละวันจะหมุนเวียนสายพันธุ์จากพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ข้าวหอมมะลิจากพะเยา ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดจากพัทลุง นอกจากจะเป็นอาหารหลักที่พร้อมเสิร์ฟทุกมื้ออาหารแล้ว ยังมีการนำมาทำเป็น &ldquo;ข้าวยำหัวใจไทย&rdquo; เมนูที่นำข้าวและวัตถุดิบขึ้นชื่อจากทั่วประเทศ มาทำเป็นเมนูที่รับประทานง่าย แต่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของผืนดิน&nbsp;<br />
ท้องทะเล และจิตวิญญาณของเหล่าเกษตรกรไทย โดยจะเตรียม QR code เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสแกนอ่านและทำความเข้าใจวัตถุดิบไทยได้มากขึ้น<br />
วัตถุดิบ GI อีกอย่างที่นำมาใช้ คือ ปลานิล จากอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่พัฒนาการเลี้ยงปลานิลจนกลายเป็นศูนย์กลางการเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาอย่างครบวงจร ด้วยคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมเหมาะสมทำให้ปลานิลที่ได้จากแหล่งนี้มีคุณภาพสูง เนื้อแน่น เมื่อนำไปทำเป็นปลานิลดรายเอจลนไฟ กินกับซอสมิโซะจากเขาใหญ่ ยกระดับปลานิลที่คนไทยคุ้นเคยไปเป็นเมนูพรีเมียมเทียบชั้นวัตถุดิบสากล ปลานิล ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น &ldquo;ปลาของพ่อ&rdquo; เนื่องจากช่วงปี 2509 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลูกปลานิล ซึ่งเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายและโตไวให้แก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้แก่ราษฎร เป็นการสร้างแหล่งสารอาหารโปรตีนที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน<br />
ไม่เพียงแค่เมนูหลัก แต่เชฟทรงพลและทีมยังสร้างสรรค์ขนมและของว่างขึ้นมาใหม่สำหรับการประชุมครั้งนี้โดยเฉพาะ ผ่านการสอดแทรกรสชาติและวัตถุดิบของไทยลงไปในทุก ๆ คำ เพื่อให้เป็นความทรงจำที่<br />
น่าประทับใจ เช่น แซนด์วิชไก่ย่างเบตงและมาโยน้ำมันตะไคร้ ทาร์ตรากูเนื้อวากิวสกลนคร ทาร์ตช็อกโกแลต<br />
จากนครศรีธรรมราชใส่ถั่วแมคคาเดเมียและครีมวานิลลาจากโครงการหลวง และข้าวเหนียวมะม่วง เมนูซอฟต์พาวเวอร์ระดับตำนานที่ทั่วโลกหลงรัก ซึ่งถูกนำเสนอใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงรสชาติหวานหอมแบบดั้งเดิม<br />
ปิดท้ายด้วยรถเข็นขายผลไม้ GI สดใหม่ตามฤดูกาล จัดเสิร์ฟภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตลอดช่วงการจัดประชุมในรูปแบบรถเข็นขายผลไม้แบบไทย ๆ นอกจากเป็นวัฒนธรรม Thailand Only แล้ว ยังส่งตรงรายได้สู่ชาวสวนผลไม้โดยตรง<br />
เสน่ห์ไทยบนผืนผ้า อีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน คือ &ldquo;ผ้าไทย&rdquo; ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่รวบรวมทั้งงานหัตถศิลป์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของชุมชนจากทั่วประเทศ มีการคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลายอัตลักษณ์ เพื่อนำมาตกแต่งรวมถึงใช้เป็นวัสดุดูดซับเสียง<br />
ในห้องประชุม ผ้าทอมือที่วิจิตรบรรจงเหล่านี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกได้สัมผัสความประณีตของงานหัตถกรรม ลวดลายที่บอกเล่าเรื่องราว และเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนผ่านผ้าแต่ละผืน ในแต่ละภูมิภาคของไทย<br />
ผ้าบาติกเขียนมือลวดลาย &ldquo;บุปผาบรมราชินีนาถ&rdquo; จากกลุ่มบาติกเดอนารา จังหวัดปัตตานี เป็นหนึ่งในผ้าไทยที่ถูกคัดเลือกมาใช้ ลวดลายที่อ่อนช้อยบนผืนผ้าถูกวาดขึ้นด้วยเทียนและอุปกรณ์จั้นติ้ง (Tjanting)&nbsp;<br />
ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ก่อนจะลงสีออกมาเป็นลายเครือเถาเข้ากับดอกไม้ทรงโปรดของ<br />
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และดอกไม้พระราชทานนาม ได้แก่ กุหลาบสีเหลืองทอง ดอกกล้วยไม้สีอ่อน รวมถึงดอกไม้โทนสีม่วงและชมพูเข้มที่สะท้อนถึงความประณีตงดงามแบบไทย<br />
คุณรอวียะ หะยียามา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบาติกเดอนารา กล่าวว่า งานหัตถกรรมท้องถิ่นเป็นหนึ่งในงาน<br />
ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ เพราะฉะนั้นการที่ผลงานของเราจะถูกนำเสนอ<br />
ในงานการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงศักยภาพของคนในท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน ท่านสนับสนุนให้ชาวบ้านทำงานหัตถกรรม และนำสินค้าของชาวบ้านไปนำเสนอ<br />
ให้คนทั่วโลกได้เห็น เราจึงรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้นำสินค้าท้องถิ่นมาจัดแสดงสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง&rdquo;<br />
ด้านตัวแทนผ้าไทยจากภาคเหนือ คือ ผ้าทอไทลื้อลวดลาย &ldquo;เกาะยอด&rdquo; และ &ldquo;แมงมุม&rdquo; จากกลุ่มทอผ้าไทลื้อ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยลายเกาะยอดเป็นลวดลายโบราณมีลักษณะลายคล้ายยอดหน่อกล้วยที่พุ่งขึ้นสู่ด้านบน สื่อถึงความเป็นเลิศ ความสำเร็จ และความก้าวหน้าในชีวิต อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้มแข็งของคนในชุมชน ชาวไทลื้อเชื่อว่าต้นกล้วยเป็นพืชมงคลที่เจริญเติบโตง่าย แตกหน่อได้รวดเร็ว จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกด้วย ส่วนลายแมงมุมเป็นลวดลายโบราณ<br />
จากกลุ่มทอผ้าไทลื้อเช่นกัน ได้รับแรงบันดาลใจจากใยแมงมุม ที่เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายสื่อถึงความผูกพัน ความสามัคคี และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัวและชุมชน และผ้าขาวม้าไทยลวดลาย &ldquo;ช้างบ้านหาดเสี้ยว&rdquo; จากกลุ่มผ้าทอบ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผ้าทอลายนี้ใช้เทคนิคการทอลายขิด&nbsp;<br />
ซึ่งต้องเป็นผู้มีความแม่นยำสูง ลวดลายช้างเล็ก ๆ บนผืนผ้ามีรายละเอียด &ldquo;สัปคับ&rdquo; (ที่นั่งบนหลังช้าง) ลวดลายนี้ชวนให้ระลึกถึงยุคสมัยที่ช้างเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางและการค้าขาย</p>

<p>ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261007df7ce044748fafb99eba9ee3387b189a125414.jpg' type='image/jpg' length='281573' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบเพิ่มพื้นที่ประสบภัย จ.สมุทรสงคราม นายกฯ กำชับทุกจังหวัดเร่งส่งรายชื่อให้ ปภ.]]></title>
<link>https://region4.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548768</link>
<guid isPermaLink="false">84d88725c9b1cec00b2c1cfc52f50ea8</guid>
<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 12:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://region4.prd.go.th/cms/s54/u118/102569/071069_1245.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></p>

<p>เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 กรณีบ้านถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน และกรณีน้ำล้อมตามหลักเกณฑ์ 5,000 บาท จำนวน 41 จังหวัด โดยอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 558,739,000 บาท จากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติให้จ่ายเงินช่วยเหลือ สำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 เท่านั้น จากนั้นในวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเพิ่มพื้นที่อีก 24 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมเป็น 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยอนุมัติงบประมาณฯ วงเงิน 4,731,666,600 บาท และในวันที่ 30 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื่องจากเกิดอุทกภัย จากฝนตกหนัก มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 22,357 ครัวเรือน วันที่ 6 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบเพิ่มจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดประสบภัยให้ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน ตามหลักเกณฑ์จากวงเงินที่เคยได้รับการอนุมัติไว้แล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวยังไม่เข้าเกณฑ์ความคุ้มครองภายใต้โครงการ &ldquo;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; เนื่องจากเกิดอุทกภัยก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจาก 60 จังหวัด กว่า 1.2 ล้านคน และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานธนาคารออมสินเร่งโอนเงินให้ประชาชนตามลำดับรายชื่อ กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจและส่งรายชื่อผู้ประสบภัยมายัง ปภ. ซึ่งมี 2 จังหวัดที่ยื่นเข้ามาที่ ปภ. แล้ว ได้แก่ สระแก้ว และกระบี่ ปภ. จะส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสิน เพื่อให้ธนาคารออมสินโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยได้ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569</p>
]]></description>
<enclosure url='https://region4.prd.go.th/th/file/get/file/20261007eaffee0a49efa14e0aa6e04beea54abd125132.jpg' type='image/jpg' length='221432' />
</item>
</channel>
</rss>
