รัฐบาลสนับสนุนไมโคร-เอสเอ็มอีให้เข้าถึงสภาพคล่อง บสย.ปรับเกณฑ์ค้ำประกันเต็ม 100

รัฐบาลสนับสนุนไมโคร-เอสเอ็มอีให้เข้าถึงสภาพคล่อง บสย.ปรับเกณฑ์ค้ำประกันเต็ม 100

logomain

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยตัวเลขการปล่อยสินเชื่อภายใต้พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 หรือที่เรียกว่าพ.ร.ก.สินเชื้อฟื้นฟู ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2564 แบ่งเป็น โครงการสินเชื่อฟื้นฟู มีสินเชื่อได้อนุมัติแล้วจำนวน 1.08 แสนล้านบาท ผู้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 3.5 หมื่นราย และโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ มีมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รับโอนแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือไปแล้ว 112 ราย รวมทั้งยังมีผู้ประกอบการที่สนใจรายอื่นๆ อยู่ระหว่างการเจรจาด้วย

ขณะเดียวกัน การค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้ ยอดการค้ำประกันจะเกิน 2 แสนล้านบาท โดยประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากการค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟูของ ธปท. และอีกประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาท มาจากการค้ำประกันตามปกติของ บสย. ทั้งนี้ บสย.พึ่งได้ขยายกรอบวงเงินค้ำประกันสินเชื่อฟื้นฟูของ ธปท.ออกไปอีก 1 แสนล้านบาท และปรับหลักเกณฑ์ให้เปิดกว้างมากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยผู้ประกอบการกลุ่มไมโครและกลุ่มเอสเอมอีที่เปราะบาง ได้ลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียมและเพิ่มโอกาสได้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม 

รายละเอียดประกอบด้วย ปรับลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันทันทีตั้งแต่ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มไมโครและกลุ่มเอาเอ็มอีเปราะบาง จ่ายเริ่มต้นเพียงร้อยละ 1 ต่อปีต่อเนื่อง 4 ปีแรก รวม ร้อยละ 13ตลอดระยะเวลา 10 ปี เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการกลุ่มไมโคร และกลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง ได้รับวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้นสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย และเพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อโดย บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยเต็มร้อยละ 100 ในกลุ่มไมโครจากเดิมร้อยละ 90 และกลุ่มเอสเอ็มอีเปราะบาง จากเดิมร้อยละ 80

ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาฟรีที่ ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs หรือ บสย. F.A. Center ที่ บสย. Call Center 02-890-9999 ในวันเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. -16.30 น. 

นายกรัฐมนตรี ติดตามความคืบหน้าการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด และอยากให้ผู้ประกอบการไมโครและเอสเอ็มอีมาขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ให้มากขึ้น เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือพิเศษ อาทิ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและมาตรการที่จะออกมาอยากต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้สามารถเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปด้วย

ที่มา : สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย



คะแนนโหวต :