เชื่อมั่นนโยบายรัฐบาล
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วันที่ 27 พ.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 56 คน)
เรียบเรียงโดย พรรณี ตั้งใจสถาปัตย์
 
           หลังจากที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนเริ่มมีการใช้งานแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ภาครัฐยังคงเผชิญปัญหาที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องเครื่องรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ที่ยังไม่มีความพร้อม และยังไม่เพียงพอ การนำบัตรไปแลกเงิน และการรั่วไหลของสิทธิไปยังคนที่ไม่จนจริง ส่วนคนจนแท้จริงกลับไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว
 
             ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้ความเห็นว่า กรณีบัตรสวัสดิการคนจนถูกแจกจ่ายให้แก่ผู้ลงทะเบียนและเริ่มมีการใช้เงินบ้างแล้ว สำหรับมาตรการที่จะเข้ามาช่วยสกรีนคนจน ที่แท้จริง ดร.สมชัยเผยว่า ต้องการให้นำข้อมูลการใช้จ่ายของผู้ที่จดทะเบียนว่ามีพฤติกรรม การใช้จ่ายตามปกติอย่างไร เช่น กรณีนโยบายให้ใช้ไฟฟ้าฟรี และรถเมล์ฟรี ถ้าใช้ไฟน้อยน่าจะเป็นคนจน หรือกรณีขึ้นรถเมล์ฟรี หรือรถไฟชั้น 3 เพราะคนรวยย่อมจะไม่เบียดขึ้นรถเมล์หรือรถไฟร้อน ๆ ซึ่งตัวสินค้าหรือบริการจะเป็นตัวช่วยสกรีนคนจนได้
 
             อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มโครงการบัตรเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว รัฐบาลได้ยกเลิกระบบรถเมล์ฟรีและรถไฟฟรีไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้ประชาชนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาใช้แทน มีเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางเดือนละ 500 บาท สามารถซื้อตั๋วได้ทุกขบวน ทุกชั้นที่นั่ง ตั๋วรายเดือนและตั๋วอัตราพิเศษชั้น 3 ไม่จำกัด จำนวนครั้ง หากซื้อตั๋วเกินวงเงินที่ได้รับจะต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติม และจะตัดยอดวงเงิน ทุกเดือน โดยบัตรสวัสดิการ 1 ใบ สามารถใช้ได้ 1 สิทธิ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
            ส่วนรถเมล์ ขสมก.800 คัน มีรถเมล์ร้อน 100 คันติดตั้งระบบ E-Ticket สมบูรณ์แล้ว อีก 250 คันจะใช้ระบบ Mobile Phone ให้ใช้บัตรแตะ ที่เหลือ 450 คันจะใช้วิธีจดบันทึก เนื่องจากอยู่ระหว่างติดตั้ง E-Ticket รถเมล์จะติดสติกเกอร์สีเขียว ระบุว่า รถคันนี้รองรับระบบ E-ticket และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
 
                ทั้งนี้ ผู้ที่มีสิทธิใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับความช่วยเหลือ 2 หมวด ได้แก่ หมวดการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบด้วยเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตรจากร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/คน/ปี จะได้รับ 300 บาท/คน/เดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท จะได้รับ 200 บาท/คน/เดือน สามารถตรวจสอบร้านธงฟ้าประชารัฐได้ที่ www.shop.moc.go.th และเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาท/คน/ 3 เดือน ส่วนหมวดลดค่าใช้จ่ายเดินทางประกอบด้วย ค่าโดยสารรถเมล์/รถไฟฟ้า 500 บาท/คน/เดือน กระทรวงการคลังแจ้งว่าเริ่มหาแนวทางแก้ไขวงเงินในบัตรในส่วนการใช้จ่ายซื้อสินค้า ปัจจุบันมีวงเงิน 200 บาท และ 300 บาท/คน/เดือน
 
               ดร.สมชัย ยังกล่าวว่า เพื่อช่วยเสริมการกระจายงบประมาณต้องตามหาคนจนในชุมชน ผู้ที่จะทำเรื่องนี้คือ อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุข การแจกเงินชนชั้นกลาง ไม่นิยม เป็นความระแวงคนอื่นว่าจะงอมืองอเท้าไม่ทำงาน นำเงินไปซื้อบุหรี่ เหล้า ความเห็นนักเศรษฐศาสตร์คือ ให้เป็นเงินดีกว่าของ เพราะสัดส่วนคนนำเงินไปใช้ผิดประเภท
 
              ในความเห็นประชาชนกรุงเทพมหานคร เห็นว่าควรตรวจสอบผู้มาลงทะเบียนรับสิทธิอย่างละเอียด กำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน ไม่มีช่องโหว่ เพราะคนจนไม่จริงจะมา ใช้สิทธิ หรือเจ้าหน้าที่ไม่โปร่งใส ส่วนกรณียกเลิกรถเมล์ฟรีนั้นไม่เห็นด้วย เพราะรถเมล์ฟรี เป็นประโยชน์กับทุกคน ต่อให้มีบัตรหรือไม่มีบัตรจะได้ใช้ โดยเฉพาะคนจนที่ตกสำรวจ จะสามารถใช้บริการฟรี ซึ่งถือเป็นความคิดเห็นของประชาชนกรุงเทพมหานครที่น่าสนใจ
 
 .............................................
ท่านผู้สนใจสามารถส่งไปรษณียบัตร แสดงความคิดเห็น ได้ที่
ส่วนการประชาสัมพันธ์ สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ ถนนพระราม 6
เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400     หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-6182323 ต่อ 1626-27
จำนวนคนอ่าน 57 คน จำนวนคนโหวต 0 คน