พระราชกรณียกิจ
" ไม่เป็นไร รอได้ "

วันที่ 23 พ.ย. 2560 (จำนวนคนอ่าน 22 คน)
 
          การตามเสด็จฯ ออกไปทรงเยี่ยมราษฎรสมัยก่อนไม่ใช่เรื่องสบาย เพราะแต่ละแห่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไป ล้วนเป็นถิ่นทุรกันดาร สมัยนั้นพื้นที่ที่ลำบากยังไม่มีถนนดีๆ ก็มีอ่างขาง แล้วก็มีแม่แจ่ม เชียงใหม่ ที่ต้องไปทางเฮลิคอปเตอร์
          …ตอนนั้นแม่แจ่มเป็นพื้นที่แดง ไม่มีลูกเสือชาวบ้านเลย แต่ก็เสด็จฯ ไป เผอิญมีชาวบ้านเจ็บหนักต้องผ่าตัดด่วน ทรงโปรดให้หมอประจำพระองค์ทำการผ่าตัดด่วนใ...นทุ่งนั้นเลย เพราะไม่มีตึกไม่มีอะไร วันนั้นหมอที่มาทำหน้าที่ ชื่อ หมอชูฉัตร (กำภู ณ อยุธยา) เป็นหมอผ่าตัด ตอนนั้นเพิ่งจบกลับมาใหม่ๆ
           …แล้วความที่มันมืดมาก พระองค์ท่านก็รับสั่งให้รถพระที่นั่งและรถในขบวนเสด็จจอดล้อมเป็นวงกลมเปิดไฟหน้ารถ เพื่อช่วยให้มีแสงสว่างในการผ่าตัด ..แล้วด้วยความห่วงใยทั้งสองพระองค์ก็ประทับอยู่ใกล้ตลอด  …พอเริ่มโพล้เพล้ กัปตันเครื่องก็บอกว่า ท้องฟ้าจะปิดแล้ว เดี๋ยวจะเสด็จฯ ทางเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ ต้องรีบแล้ว  แต่พระองค์ท่านบอกว่า  "ไม่เป็นไร รอได้"  แล้วพระองค์ท่านก็สั่งให้ขบวนรถให้เตรียมพร้อม ถ้ากลับทางเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ ก็กลับทางรถแทน ซึ่งถ้ากลับทางรถ กว่าจะกลับถึงพระตำหนักภูพิงคฯ ก็เช้าเลย เพราะถนนไม่ดี
          …การผ่าตัดสักพักก็เรียบร้อย และเมื่อจะเสด็จฯ กลับ ท้องฟ้าเปิดพอดี นักบินบอกว่าบินได้แล้ว มีแสงจันทร์ส่องสว่างนำทาง ตอนบินผ่านดอยอินทนนท์ มองเห็นชัดเลย ไปลงที่สนามบินเชียงใหม่ก็สี่ทุ่ม  …ผมจำได้ว่า ตอนจะขึ้น มันมืดนะ เครื่องต้องลงตรงทุ่งนา..เอาเครื่องลงพื้นไม่ได้–ดินมันอ่อน แต่นักบินเขาบินเก่ง ..เขาลอยสูงจากพื้นนิดเดียว…แล้วให้พวกเราวิ่งไป–แล้วปีนขึ้นเครื่อง

 


(เรื่องและภาพได้บันทึกไว้ในแผ่นดิน โดยคุณจำนงค์ ภิรมย์ภักดี)
Cr:ตามรอยพ่อ
เรื่องดีดีแบบนี้ต้องแชร์ ให้คนยุคหลังๆทราบว่า ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายขนาดไหนกับคนไทย

จำนวนคนอ่าน 23 คน จำนวนคนโหวต 0 คน