news_asean
วอลโว่ทรัค ลุยขยายตลาดไทย ผุดศูนย์เทรนนิ่งใหญ่สุดในอาเซียน

วันที่ 8 ต.ค. 2555 (จำนวนคนอ่าน 27 คน)
พงษ์พิพัฒน์ จีนด้วง /สทน. สปข.4

วอลโว่ ทรัค เลือกไทยผุดเทรนนิ่งเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ในภูมิภาค เผยใหญ่สุดในอาเซียน คาดพร้อมเปิดภายใน 2 ปี เผยต่อยอดเม็ดเงิน 4 พันล้าน
 

นายณาคส์ มิเชล ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถบรรทุก รถหัวลาก และรถโดยสารขนาดใหญ่ "วอลโว่" และ "ยูดี ทรัค" เปิดเผยว่า วอลโว่กรุ๊ป มีแผนลงทุนเพิ่มหลังจากขยายกำลังการประกอบรถของโรงงานประกอบรถ TSA และขยายเครือข่ายการบริการลูกค้ารวม มูลค่า 4,000 ล้านบาท ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งTSA อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า

การลงทุนต่อเนื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการสร้างศูนย์อบรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ที่บางนา โดยตั้งอยู่ที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ของ วอลโว่ ทรัค โดยศูนย์อบรมประกอบไปด้วยศูนย์เทคนิคเพื่อพัฒนาช่างฝีมือด้านเทคนิคซ่อมบำรุง เช่น ระบบส่งกำลัง ระบบเครื่องยนต์ และทางด้านซอฟท์สกิล หรือ ทักษาการขาย การดูแลลูกค้า โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 2 ปีข้างหน้า

ปัจจุบัน วอลโว่ ทรัค มีศูนย์อบรมแห่งเดียวในภูมิภาคคือ ที่ประเทศมาเลเซีย การเปิดศูนย์เพิ่มในไทยนั้นจะดำเนินงานควบคู่กับมาเลเซียแต่จะมีศักยภาพในการฝึกอบรมที่ครอบคลุมมากกว่า

"สำหรับการฝึกบุคคลกรนั้น วอลโว่ให้ความสำคัญมาก เราส่งเสริมการอบรมทั้งในไทยและในตลาดอื่นๆ เช่น ผู้จัดการเขตทุกคนที่เข้ามาใหม่จะต้องอบรมตลอด 6 เดือน ก่อนออกปฏิบัติงาน ศูนย์อบรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคที่บางนาน่าจะเปิดได้อย่างเป็นทางการใน 2 ปีข้างหน้าหรือเร็วกว่านี้"

ประธานวอลโว่กล่าวว่า ในส่วนของสายการผลิตในไทย โรงงาน ทีเอสเอ ที่จะเริ่มในปีหน้า ศักยภาพการผลิตของทีเอสเอสามารถทำได้ 2 หมื่นคัน/ปี แบ่งเป็นการผลิตวอลโว่ 4,500 คัน ที่เหลือเป็นการผลิตรถยูดี และจะทำการผลิตรถยนต์รุ่นพิเศษซึ่งผลิตที่เมืองไทยเพียงแห่งเดียว และจะส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกยกเว้นตลาดยุโรป อินเดียและอเมริกาเหนือ โดยเมื่อสายการผลิตเริ่มดำเนินการจะมีการจ้างงานเพิ่มรวมแล้วกว่า 1,000 ตำแหน่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 600 คน

สำหรับการทำธุรกิจของวอลโว่ในภูมิภาคอาเซียน มองไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งหรือ ฮับ สำหรับรถบรรทุก เนื่องจากมีปัจจัยบวกที่สำคัญคือศักยภาพของคน และระบบ ลอจิสติกส์ เห็นได้ว่า เวลานี้ วอลโว่ กรุ๊ป ได้วางรากฐานระยะยาว ทั้งวอลโว่และ ยูดี ให้มีฐานผลิตอยู่ในประเทศไทย

ส่วนในเอเชีย วอลโว่มองว่า จีน เป็นฮับ ในภูมิภาค และมีตลาดที่ใหญ่ที่สุด อย่งไรก็ตาม ยอดขาย 99% ในจีน เป็นรถของจีนเอง แต่ตลาดในอาเซียน มีทั้งรถจากญี่ปุ่น จีน และยุโรป

"เราคงไม่พูดถึงความสำเร็จที่เป็นแค่ตัวเลขจำนวนคัน แต่หลักๆ วอลโว่ ลงทุนไปเยอะ ซึ่งเรามีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะขยายส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากขึ้น คงต้องพยายามทำให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีตลาดรถญี่ปุ่น ครอบครองอยู่แต่แบรนด์ที่ต่างกัน มีความแข็งแกร่งในแต่ละด้าน ต้องดูประวัติศาสตร์ สำหรับในส่วนของยูดี การเพิ่มเครือข่ายการจัดจำหน่าย ให้แข็งแกร่งมากขึ้น จะสามารถช่วยให้ยูดี ขยับตัวขึ้นได้"

นายมิเชลกล่าวว่า การขายรถในไทย ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าก็คือการให้บริการที่ดีต่อลูกค้า เนื่องจากรถมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และการเพิ่มความสามารถในด้านบริการ จะทำให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

"ยูดีกับวอลโว่ ทรัค มีทีมบริหารงานทีมเดียวกัน แต่สินค้าต่างกัน แล้วแต่ลักษณะธุรกิจของลูกค้าที่ใช้รถบรรทุก เรามี 2 สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ หลากหลาย การให้บริการของวอลโว่และยูดีก็มีความแตกต่างกันเป็นพิเศษเฉพาะแบรนด์"

สำหรับในส่วนของยูดี ที่จะเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังมากขึ้นในปีหน้า วอลโว่กรุ๊ป บอกว่าไม่ได้มองในเชิงจำนวนการขาย แต่ต้องการผลักดันให้ยูดี ได้ชื่อว่าเป็นรถที่มีความคุ้มค่าในมุมมองของลูกค้า มีความทนทาน ต่อการใช้งาน และมีการบริการที่ดี

ในด้านเครือข่ายการจำหน่าย วอลโว่มีแผนที่จะขยายเครือข่ายเอง 15 แห่ง ส่วนตัวแทนจำหน่ายปัจจุบันมี 2 แห่ง ซึ่งทำธุรกิจร่วมกันมายาวนาน และเชื่อว่าจะมีส่วนผลักดันให้บริษัทก้าวไปสู่เป้าหมาย
 
 
 
 
ที่มา             :: กรุงเทพธุรกิจ
สทน.สปข.4 :: http://region4.prd.go.th  
จำนวนคนอ่าน 28 คน จำนวนคนโหวต 0 คน




เดลินิวส์
ไทยรัฐ
ไทยโพสต์
คม ชัด ลึก
มติชน
ข่าวสด
ผู้จัดการ
แนวหน้า
กรุงเทพธุรกิจ
ประชาชาติ
สยามกีฬา

ฐานข้อมูลภัยพิบัติ

Public Relations Office Region 4 Phitsanulok
The Public Relations Department
Office Of The Prime Minister

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4, 119 ถ.เอกาทศรถ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทร 0-5532-2694 แฟกซ์ 0-5528-0797
พิกัด 16.841248 , 100.265363