รวมใจใต้ร่มเย็น
ที่ประชุม กปต. เห็นชอบในหลักการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ 14 ส.ค. 2555 )
 
นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มที่ เพื่อลดความเสียหาย การสูญเสีย ทั้งชีวิต และทรัพย์สิน สร้างความสงบในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
 
เมื่อวันที่ 8 ส.ค.55 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ครั้งที่ 3/2555 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพิจารณา เรื่องการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง กอ.รมน. นำเสนอ รวมทั้งได้ตรวจสอบ และเร่งรัดการขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2555 และแนวทางดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ร่วม 29 ข้อ และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และนางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมด้วย
 
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วย พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุมสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
 
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่า เป็นการประชุมที่มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหา เพราะเป็นการต่อยอดจากนโยบายและยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องให้นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผล โดยเฉพาะในเรื่องการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ มีระบบเตือนภัยที่มีข้อมูลชัดเจน มีการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุโดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้าใจ ลดความหวาดระแวงต่อกัน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ และสบายใจ ขณะที่ต้องมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุน
 
ในส่วนของความคืบหน้าของการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้มีการเร่งรัดดำเนินการตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ร่วม ในเรื่องการเสริมสร้างความปลอดภัย และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การจัดให้มีเขตรักษาความปลอดภัย (Safety Zone) เป็นการเฉพาะ 2) การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ครอบคลุมทุกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3) การจัดให้มีการตั้งด่านตรวจที่ตำบลควนมีด อำเภอจะนะ และ4) การตรวจสอบการย้ายถิ่นของบุคคล และการเคลื่อนย้ายยานพาหนะ และให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศมาเลเซีย
 
พร้อมจัดให้มีเขตรักษาความปลอดภัย (Safety Zone) เน้นใน 13 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่เศรษฐกิจในเมืองสำคัญ และชุมชนสาธารณะ 7 พื้นที่ คือ 1) อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 2) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 3) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา 4) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส 5) อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 6) อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และ7)อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ที่มีสถานการณ์และเหตุการณ์ความรุนแรงบ่อยครั้ง 6 พื้นที่ คือ 1) อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี 2) อำเภอธารโต จังหวัดยะลา 3) อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส 4) อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส 5) อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และ6) อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
 
ส่วนในเรื่องของการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ให้ปรับแผนงาน โครงการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น โครงการเสริมพลังภาคประชาชนในกระบวนการยุติธรรม เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน (ศอ.บต.) โครงการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน (กอ.รมน.) และการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ (พม.) เป็นต้น รวมทั้งต้องเร่งรัดจัดทำแผนงาน โครงการใหม่ให้พร้อมรองรับการแก้ไขปัญหาโดยแนวทางสันติวิธี ตามมาตรา 21 ของ พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
 
สำหรับการจัดการศึกษานั้น ให้จัดการศึกษาในเรื่องของศาสนาควบคู่กับสายสามัญ และให้ปรับปรุงแผนงาน โครงการให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการพัฒนาการศึกษา ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ที่ได้จัดการศึกษาสายศาสนาควบคู่สายสามัญไปแล้ว จำนวน 350 โรงเรียน
 
อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้ามาทำงานร่วมกันให้เป็นเอกภาพ ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555-2557 ที่ประชุมฯ จึงได้มีมติเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) ขึ้น เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ โดยเฉพาะในการติดตามการดำเนินการในระดับพื้นที่ขึ้นมาในระดับสูง เพื่อการพิจารณาตัดสินใจแก้ปัญหา โดยมี พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลรับผิดชอบ ศอ.บต. และร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาร่วมทำงานดังกล่าวด้วย โดยยืนการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีจุดมุ่งหมายให้เกิดความซ้ำช้อน แต่ต้องการให้ ศปก.จชต. สนับสนุนเสริมข้อมูลการดำเนินงานให้มีการตกลงใจอย่างรวดเร็วตรงกัน
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีงบประมาณ 2555 แต่ยังไม่ได้ดำเนินการต้องไม่นำงบฯ ไปดำเนินการนอกพื้นที่ แต่ให้นำไปจัดทำ แผนงาน โครงการ ที่ตอบสนองเป้าหมายยุทศาสตร์ ร่วม 29 ข้อ และข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี ใน 6 ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง เขตรักษาความปลอดภัย (Safety Zone) และการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวม
 
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ โดยยืนยันรัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อลดความเสียหาย การสูญเสีย ทั้งชีวิต และทรัพย์สิน สร้างความสงบในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
 
ที่มา : http://www.thaigov.go.th
จำนวนคนอ่าน 313 คน จำนวนคนโหวต 0 คน




เดลินิวส์
ไทยรัฐ
ไทยโพสต์
คม ชัด ลึก
มติชน
ข่าวสด
ผู้จัดการ
แนวหน้า
กรุงเทพธุรกิจ
ประชาชาติ
สยามกีฬา

ฐานข้อมูลภัยพิบัติ

Public Relations Office Region 4 Phitsanulok
The Public Relations Department
Office Of The Prime Minister

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4, 119 ถ.เอกาทศรถ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทร 0-5532-2694 แฟกซ์ 0-5528-0797
พิกัด 16.841276 , 100.265156